"พงศ์เทพ"เผยสั่งเลื่อนประชุมเวทีปฏิรูปฯไปหลัง 15 พ.ย. อ้างเหตุมาจากสถานการณ์ยังไม่เอื้อ
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงว่า สำหรับความคืบหน้าเวทีปฏิรูปหาทางออกประเทศไทย ที่มีคณะทำงาน 6 คณะ เดิมทีจะเริ่มการทำงานภายในครึ่งเดือนแรกของเดือนพ.ย.นี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยจึงต้องเลื่อนการประชุมของคณะทำงานออกไปเป็นหลังวันที่ 15 พ.ย.แทน
"เชื่อว่าตอนนั้นสถานการณ์ต่างๆ คงจะทุเลาลง เพราะประเด็นปัญหาเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผลที่จะตามมาหากวุฒิสภาไม่รับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้คือ จะต้องถูกยับยั้งไว้ 180 วัน ทางนายกฯและพรรคเพื่อไทยประกาศชัดเจนแล้วว่าจะเคารพมติของวุฒิสภา ดังนั้น แม้จะผล 180 วันไปแล้ว แต่จะไม่มีการหยิบยกร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาอีก เท่ากับร่างตกไป กฎหมายฉบับนี้คงเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ไม่มีโอกาสบังคับใช้อย่างแน่นอน"
ส่วนกรณีนายพิชัย รัตตกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ลาออกจากเวทีปฏิรูปนั้น เป็นเพราะมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม แต่เราเข้าใจดี หากท่านมีคำแนะนำอะไรตนยินดีไปพบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยจะกลับไปร่างกฎหมายใหม่เพื่อนิรโทษกรรมให้กับประชาชนอย่างเดียวหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ในการพิจารณาของวุฒิสภา และท่าทีของวุฒิสภาเองต้องการตัดความเคลือบแคลงสงสัยและระแวงออกทั้งสิ้น คือ ไม่รับร่างเลย ตรงนี้จึงไม่มีประเด็นที่จะทำอย่างที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เสนอมา
เมื่อถามว่า เหตุผลของกลุ่มผู้ชุมนุมขณะนี้เพียงพอต่อการยุบสภาแล้วหรือยัง นายพงศ์เทพ กล่าวว่า การยุบสภาต้องเป็นกรณีฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีความเห็นที่แตกต่างกันจำเป็นต้องให้ประชาชนตัดสิน หรือเรื่องสำคัญที่เป็นปัญหาวิกฤติจริงๆ แต่ขณะนี้ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติไม่ได้มีความขัดแย้งที่ทำให้การบริหารประเทศขับเคลื่อนไม่ได้ แต่เป็นเรื่องร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่น่าจะยุติลงได้ ฉะนั้น เรื่องยุบสภาจึงไม่น่าจะเป็นประเด็นที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาใดๆ
ด้านนายวราเทพ กล่าวว่า การชะลอประชุมคณะทำงานย่อย เวทีปฏิรูปการเมืองออกไปนั้นไม่กระทบกับการรวบรวมประเด็นของฝ่ายเลขานุการที่ได้รับมอบหมายไป โดยสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงยุติธรรมที่ทำหน้าที่รับผิดชอบ ยังรวบรวมความเห็นของผู้ที่เข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองทั้งคณะใหญ่ คณะย่อย รวมถึงผลการศึกษาขององค์กรณ์และสถาบันต่างๆอยู่ นอกจากนี้ตนมองว่าจะมีผู้เข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองมากขึ้นเพราะเงื่อนไขในเรื่องร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม หมดไป
ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.ประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ออกจากสภานั้น ไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามหากวุฒิสภามีมติไม่เห็นชอบ และส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งภายใน 180 วัน นั้นไม่สามารถมาเรียกร้องให้ใครมายืนยันหรือดำเนินการใดๆได้ แต่หลังจาก 180 ซึ่งมีความเชื่อกันว่าจะมีการยืนยันร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวใหม่นั้น ตนเชื่อว่าเกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน เพราะเป็นสัญญาประชาคมที่พรรคการเมืองให้ไว้อย่างชัดเจนขณะนี้ ซึ่งไม่เหมือนกับที่ผ่านมาที่มองว่าพูดแล้วกลับไปกลับมา
"ผมเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะนายกฯ ยืนยันชัดเจนว่าเห็นด้วยกับเสียงสะท้อนของประชาชน อยากให้ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ไว้วางใจว่าเกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน เชื่อว่าวันนั้นหากมีใครหยิบยกขึ้นมาอีก กระแสต่อต้านก็จะมากกกว่าที่เกิดขึ้นใจปัจจุบัน " นายวราเทพ กล่าว
นายวราเทพ กล่าวถึงการร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่มีกระแสข่าวมีการแก้ไขในมาตรา 3 ให้ครอบคลุมถึงการร้องเรียนทุจริตโครงการของรัฐบาลในปัจจุบัน อย่างเช่นโครงการรับจำนำข้าว จะถูกยกเลิกนั้น ไม่เป็นความจริงแน่นอน เราเพราะมีการกล่าวหาเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ ไม่เกี่ยวกับการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ( คตส.) นอกจากนี้ฝ่ายค้านยังยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภานี้ได้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งกระบวนการตรวจสอบรัฐบาลโดยสภา
นายวราเทพ กล่าวถึง การตั้งเวทีคู่ขนานของพรรคเพื่อไทยกลุ่มนปช. ว่า เป็นสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล ในการให้ข้อมูลกับคนอีกฝ่ายที่เห็นต่าง และประชาชนสามรถใช้ดุลยพินิจในการเข้าร่วมได้อยู่แล้ว ซึ่งเราเรียกร้องให้พรรคการเมืองใช้เวทีของสภา แต่ก็มีสิทธิของประชาชนอยู่ แต่การตั้งเวทีนั้นควรเคารพสิทธิของผู้อื่น





