มติสภา310เสียง ถอนร่างปรองดอง5ฉบับ

มติสภา310เสียง ถอนร่างปรองดอง5ฉบับ

สภาฯลงมติเห็นชอบ 310 เสียง ถอนร่างพ.ร.บ.ปรองดอง5ฉบับ

สภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมาก 310 เสียง ต่อ 1 เสียง เห็นชอบให้ถอนร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ จำนวน 5 ฉบับ ที่เสนอโดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ, นายนิยม วรปัญญา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง ที่เสนอโดยนายนิยม ออกจากระเบียบวาระการประชุม หลังจากที่ประชุมได้ใช้เวลาพิจารณานานเกือบ 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ก่อนการลงมติดังกล่าวบรรยากาศประชุมได้มีเหตุป่วนเล็กน้อย เนื่องจากนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอญัตติให้มีการนับองค์ประชุม พร้อมทั้งระบุว่ามีข่าวว่าช่วงค่ำจะมีการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมประชาชนด้วย ทำให้ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิชย์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ฐานะวิปรัฐบาล ระบุว่า การเสนอนับองค์ประชุมก่อนที่จะมีการเสนอญัตติถอนร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ถือเป็นการจงใจป่วนการประชุม อย่างไรก็ตามการนับองค์ประชุมได้ดำเนินการต่อไป โดยมีผู้มาแสดงตัวต่อที่ประชุมทั้งสิ้น 275 คนถือว่าครบองค์ประชุม

ต่อจากนั้นก่อนการลงมติของสภาฯ นายจุรินทร์ นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ เรียกร้องให้ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดองทุกคนนำเสนอเหตุผลต่อที่ประชุม โดยนายพีรพันธุ์ อภิปรายว่าตนไม่ประสงค์ให้ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองที่ตนตั้งใจเสนอเพื่อให้สังคมเกิดความปรองดอง นำไปตีความหรือนำไปขยายผลในทางที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของการเสนอร่างกฎมาย ตนได้หารือกับคณะผู้เสนอแล้วเห็นว่าควรถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวออกจากวาระการประชุม

ด้าน พล.อ.สนธิ ชี้แจงว่า กล่าวว่าคงจำได้ว่าฝ่ายค้านเคยระบุถึงภัยและความแตกแยกของประเทศ ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้เหมือนสงคราม ความแตกแยกที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีทาออกทางอื่น หากไม่หันกลับมาเพื่อพูดคุยและ ให้อภัยกัน ไม่เช่นนั้นความเป็ชาติจะไม่เกิด ทั้งนี้ที่ผ่านมาสภาความมั่นคงแห่ชาติ (สมช.) ได้ระบุว่า ถ้าสังคมแตกแยกความสิ้นชาติจะมาถึง ในฐานะที่อยากให้สังคมไทยรักกัน ตนและเพื่อน ส.ส. จึงเสนอญัตติร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เพื่อขจัดความขัดแย้ง และให้สังคมรัก ผูกพัน และเข้าใจกัน

"เห็นเหมือนกันว่า อย่าถือทิฐิ และมองแต่เรื่องตนเอง ต้องมองประเทศมาก่อน หากคิดแบบนี้ ความปรองดองจะเกิดได้ และตามด้วยการให้อภัยซึ่งกันและกัน การที่ฝ่ายค้านระบุว่าญัตตินี้มีความไม่เหมาะสม ผมจึงจำเป็นที่ต้องรักษาความเป็นชาติเอาไว้ ผมรับฟังจากทุกฝ่าย แล้วเห็นด้วยที่จะถอน โดยผมยอรับตามครรลองของระบบรัฐสภา ผมได้ทำบางสิ่งบางอย่างที่รุนแรง จนถูกมองว่าไม่ใช่วิถีประชาธิปไตย แต่วันนี้ผมได้เดินเข้ามาในสภาฯ เพื่อเดินตามวิถีแต่มีปัญหา เอาหละครับ รับได้ครับ เพื่อสังคมส่วนรวมของถอนญัตตินี้" พล.อ.สนธิ กล่าว จากนั้นได้รับเสียงปรบมือลั่นห้องประชุม

ขณะที่นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะผู้สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ร่วมกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุว่าเพื่อไม่ให้เกิดการนองเลือด จึงขอถอนญัตตินี้

ขณะที่นายจุรินทร์ กล่าวว่าตนไม่ขัดข้องให้ถอน แต่ที่ระบุว่าไม่ต้องการให้บ้านเมืองแตกแยก ทำไมเพิ่งคิดได้ ทั้งที่บ้านเมืองแตกแยกมาเป็นปีเพราะร่าง กฎหมายทั้ง 6 ฉบับ สิ่งที่ ส.ส.ได้มาขอถอนเป็นเพราะนโยบายพรรคเพื่อไทยและรัฐบาล จึงเห็นชัดว่ารัฐบาลสามารถสั่งสภาฯได้

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงผลการลงคะแนนถอนญัตติ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองและร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของนายนิยม นั้น พบว่าสส.ที่ลงคะแนนไม่เห็นด้วย จำนวน 1 เสียง นั้น คือ นางอุดมรัตน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ภรรยาของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ แกนนำเสื้อแดงที่โดยคดีก่อการร้าย, สำหรับ ส.ส. 2 เสียงที่งดลงคะแนน คือ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ, สำหรับ ส.ส.ที่ไม่ลงคะแนน จำนวน 4 เสียง นางปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา, นางอรุณี ชำนาญยา ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย และ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย