"พร้อมพงศ์" ยื่นกกต.ให้ยุบประชาธิปัตย์ อ้างปลุกมวลชนล้มล้างรัฐบาล
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อขอให้พิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีปรากฏหลักฐานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคได้ขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา รวมถึงการชุมนุมดังกล่าวมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ จึงเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์มีส่วนรู้เห็นสนับสนุนการปลุกระดมมวลชนให้มาชุมนุมของนายสุเทพ และพรรคประชาธิปัตย์ จึงถือว่าเป็นกระทำที่เข้าข่ายผิดมาตรา 94 (4) ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่เป็นเหตุให้นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาสั่งยุบพรรคได้
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้ แตกต่างจากสมัยที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติชุมนุม? เพราะคราวนั้นพรรคเพื่อไทยไม่เคยมีกรรมการบริหารพรรคไปขึ้นเวที แต่ครั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคกลับขึ้นเวทีปราศรัยเอง แม้จะอ้างว่าได้รับเชิญให้ไปร่วม แต่เมื่อเป็นหัวหน้าพรรค เป็นสมาชิกรัฐสภา ก็ควรที่จะยึดมั่นระบบรัฐสภา ควรใช้ที่ประชุมรัฐสภาเป็นสถานที่แก้ปัญหา
"เหมือนพรรคประชาธิปัตย์เล่นละครตั้งแต่แรก โดยในสภาก็เน้นอภิปรายแค่ที่มา ชื่อร่างพ.ร.บ. แต่เมื่อถึงเนื้อหากลับนำมาอภิปรายบนเวทีของผู้ชุมนุม เพื่อหวังปลุกระดมให้ประชาชนที่เป็นพลังบริสุทธิ์หลงเชื่อ และเมื่อเวลานี้ทั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย และวุฒิสภา ต่างยอมถอยจะปล่อยให้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมตกไป รวมถึงถอนร่างกฎหมายอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันออกจากการพิจารณาของสภา แต่พรรคประชาธิปัตย์และนายสุเทพ ก็ยังสร้างเงื่อนไขเพื่อให้มีการชุมนุมและยกระดับการชุมนุม แสดงให้เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงว่าต้องการใช้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่คัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในการล้มล้างรัฐบาล"
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยยื่นขอให้ กกต. พิจารณาสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์หลายครั้ง อย่างกรณีเงินบริจาค 259 ล้านบาท ที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่สั่งยุบโดยมองว่าเป็นเรื่องเทคนิค ครั้งนี้ก็อยากจะดูมาตรฐานของ กกต. ว่าจะมองเรื่องนี้อย่างไร พรรคเพื่อไทยพยายามที่จะใช้กลไกการตรวจสอบตามช่องทางกฎหมายที่มีอยู่เพราะไม่อยากให้เกิดบรรทัดฐานว่าต่อไปพรรคการเมืองใดไม่เห็นด้วยในเรื่องใด ก็สามารถปลุกระดมและนำมวลชนออกมาชุมนุม เพราะการกระทำลักษณะนี้ไม่น่าจะเป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง





