วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หยอง ลูกหยี-ดาราสาวแตงโมร่วมต้านนิรโทษ

เปิดใจ"หยอง ลูกหยี และดาราสาวแตงโม"ร่วมต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม

จากกรณีที่ตลกชื่อดังอย่าง"หยอง ลูกหยี" หรือ นายวลัชณัฏฐ์ ปภานันยศอนันต์ ได้ไปร่วมชุมนุมที่เวทีต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม สถานีรถไฟสามเสน เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยนายวลัชณัฏฐ์เปิดเผยทางโทรศัพท์กับ นสพ.คมชัดลึก ว่าการที่ตนออกมาชุมนุมด้วยครั้งนี้ ทำในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่ต้องการแสดงพลังกำหนดทิศทางของประเทศไทย โดยการตัดสินใจทั้งหมดได้ปรึกษาผู้ใหญ่ที่ตนเคารพแล้ว

"ครั้งนี้เป็นการออกมาแสดงความคิดของตลกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นประชวาชนคนหนึ่ง ที่อยากจะมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางให้กับประเทศไทยบ้าง ครั้งนี้ผมสุดทนจริงๆ เลยต้องขอโทษเจ้านาย และ พี่ๆน้องๆที่อาจจะอยู่ทั้งสองฝ่าย ผมตัดสินใจครั้งนี้ ผมปรึกษา พี่ๆหลายคนและทุกคนก็สนับสนุน บอกให้ทำหน้าที่ประชาชน จริงๆ ผมอยากจจะพูดมานานแล้ว ไม่มีใครมาจ้างผม และผมก็ไม่ได้หวังผล ผมไปด้วยจิตสำนึก เพราะทนกับการจาบจ้วงไม่ไหว ใครจะดีจะเลวผมไม่รู้แต่อย่าจาบจ้วงเท่านั้น ส่วนเรื่องความสนใจในการเล่นการเมืองหรือไม่ คือผมเรียนจบ ป.ตรี ทางด้านการเมืองการปกครองแล้ว ถ้าครั้งนี้จะทำให้ผมมาถูกที่ถูกเวลาก็ถือเป็นผลพลอยได้ ผมก็สนใจเหมือนกันแต่ ถ้าจะเล่นจริงๆ ก็ต้องดูว่าเข้าไปแล้ว ผมได้ทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้านเมืองได้มากน้อยแค่ไหน"หยองกล่าว

ถามต่อว่า หลังจากขึ้นเวทีต้านพรบ. แล้วเกิดผลกระทบเรื่องงานตามมาหรือไม่ ตลกดังกล่าว ว่ามีผู้จัดบางคนมาเตือนตน บอกว่าอย่าไปยุ่ง ถ้าไม่เชื่อก็จะตัดออกจากงานละครไปเลย ซึ่งตนได้บอกไปว่าถ้าจะตัดหรือถอดออกจากงาน ตนบอกว่า ไม่เป็นไร ครั้งนี้ไม่ถอยแน่ ในเฟสบุ๊ค มีคนมาให้กำลังใจมากมาย ถือว่าได้ทำหน้าที่ประชาชนคนหนึ่ง และยินดีที่จะทำ

ทางด้าน นักแสดงสาวชื่อดังวิก 7 สี น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ "แตงโม" ได้ไปร่วมชุมนุมที่เวทีต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม และร่วมขึ้นเวที ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา โดย น.ส.ภัทรธิดา เปิดเผยทางโทรศัพท์กับ นสพ.คมชัดลึก ว่าด้วยความที่เห็น ว่าอะไรถูก อะไรผิด การยื่น พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นการทำอะไรที่รุนแรงไปหน่อย

"เราไม่ใช่เป็นคนที่ใจร้ายใจดำ ไม่รู้จักให้อภัย แต่เห็นว่าควรเป็นเรื่องที่ต้องรับผิดชอบหน่อย ว่าการที่จะให้นิรโทษกรรม โทษนั้นหนักเบาอะไรยังไง ถ้าจะมายกโทษง่ายๆอย่างนี้ ต่อไปพ่อแม่จะทำโทษลูกได้อย่างไร ลูกจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือถูก อะไรคือผิด ซึ่งพ่อของโมท่านจะปลูกฝังโมมาตลอดตั้งแต่เด็กๆว่า ให้โมรักพระมหากษัตริย์ ให้โมรักประเทศไทย ให้โมเป็นคนที่มีเหตุ มีผล และท่านเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ 14 ตุลา ท่านจะปลูกฝังมาโดยตลอด ว่าถ้าเกิดว่าสามารถทำอะไรเพื่อพ่อได้ อย่ารีรอ อย่างที่ผ่านมา โมจะมีโครงการ ทำดี ทำเลย เพื่อช่วยเหลือชุมชน หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่พอจะช่วยเหลือเพื่อผู้ที่มีโอกาสน้อยกว่าได้ แต่มาครั้งนี้ต้องบอกว่า โมรู้สึกภูมิใจมาก ที่มีโอกาสได้ออกมาพูด ได้ให้กำลังใจกับคนที่รักประเทศชาติและแผ่นดิน ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ขึ้นมาให้กำลังใจพวกเขา เห็นหลายคนที่เหนื่อย แต่พอเราได้ออกมาพูด เหมือนทำให้พวกเขามีกำลังใจมากขึ้น และถือเป็นการช่วยให้คนที่ยังไม่ได้มีโอกาสได้ออกมาครั้งนี้ เริ่มที่จะออกมากันมากขึ้น" น.ส.ภัทรธิดากล่าว

เมื่อถามว่า การที่ออกมาพูดในครั้งนี้ กลัวผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาหรือไม่ น.ส.ภัทรธิดา กล่าวว่า ตอนแรกได้ทำใจไว้แล้ว ว่าจะต้องมีทั้งกระแสในด้านดี และไม่ดีตามมา แต่ปรากฎว่า มีแต่กระแสที่ดีมากเข้ามา ตนเชื่อว่าเวทีแห่งนี้เป็นเวทีของประชาชน และอาจจะเพราะตนพูดด้วยจิตสำนึกที่รักประเทศจริงๆ จึงทำให้มีแต่สิ่งดีๆตามมา ทั้งนี้รู้ว่าตนเป็นดารา ไม่ควรพูดหรือยุ่งเกี่ยวอะไรที่ดูเป็นการเมือง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่

"พ่อโมยังบอกว่า ภูมิใจในตัวโมมาก ไม่เคยภูมิใจเท่านี้มาก่อน เราแอบคิดเล่นๆว่า ที่ผ่านมาไม่เคยทำให้ท่านภูมิใจเลยเหรอ อาจด้วยอุดมการณ์ที่แรงกล้าของท่าน ซึ่งโมเลยภูมิใจมาก บอกได้เลยว่าภูมิใจที่สุดในชีวิต จะบอกว่าโมตัดสินใจ และเตรียมตัวไม่นาน มีเวลาประมาณ 10 นาที พอมีคนเชียร์ให้ขึ้นเวที ขึ้นเลยแบบไม่มีสคริปต์ แต่แค่พิมพ์หัวข้อเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือ ว่าอยากจะพูดอะไรบ้าง ส่วนเรื่องประโยคยอดฮิตในตอนนี้ หลายคนบอกว่าชอบมาก เราเองรู้สึกดีใจ พูดด้วยจิตสำนึกล้วนๆ รู้สึกดีใจที่ช่วยให้คนที่ไม่กล้าแสดงตัว ช่วยให้คนกล้าออกมามากขึ้น และโมรู้สึกขอบคุณทุกคนที่เข้ามาบอกว่า ยกให้โมเป็นไอดอล ไม่รู้ว่าจะขอบคุณอย่างไร แต่อยากบอกว่าโมก็ไม่ใช่คนดีอะไร แค่เป็นคนที่รักชาติ รักในหลวง" น.ส.ภัทรธิดา กล่าว