นายกฯแถลงไม่นำร่างนิรโทษฯมาพิจารณาอีก

นายกฯแถลงไม่นำร่างนิรโทษฯมาพิจารณาอีก

"ยิ่งลักษณ์"แถลงเพื่อไทยมีมติหลังจาก180วันจะไม่นำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวกลับขึ้นมาอีก และรัฐบาลยืนยันอีกครั้งจะไม่ฝืนความรู้สึกประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย สาขาจ.จันทบุรีว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงย้ำจุดยืนและเจตนารมณ์รัฐบาลต่อร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.เกษตรเเละสหกรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมเเถลง

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้เวลาเเถลงประมาณ 10 นาทีว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนในจุดยืนรัฐบาลและข่าวต่างๆที่ออกมา จุดยืนในส่วนของรัฐบาลอยากเห็นความปรองดองของประชาชน จึงพยายามทุกอย่างที่จะประสานงานและอดทนมุ่งมั่น เพราะรัฐบาลอยากเห็นความสงบและเกิดความปรองดองในชาติ ถือว่ายังเป็นจุดหมายเดิมของรัฐบาล ซึ่งไม่ว่าวุฒิสภาจะมีมติอย่างไร รัฐบาลก็พร้อมน้อมรับในมติต่างๆ และขอเรียนเพื่อความชัดเจนอีกครั้งว่า ขั้นตอนตามกฎหมายนั้น รัฐบาลไม่สามารถก้าวล่วงฝ่ายนิติบญญัติ และตลอดทั้งวันนี้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลังจากส.ว.แถลงจุดยืนไม่รับหลักการร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว และวิปรัฐบาลได้มีมติยอมรับและเห็นด้วยที่จะไม่รับหลักการในร่างพ.ร.บ.นี้ เชื่อว่าจุดยืนต่างๆ รวมทั้งพรรคเพื่อไทยเองได้รับทราบข่าวว่ามีแนวทางเช่นเดียวกัน

"ในข้อกฎหมาย ซึ่งหลายคนอาจข้องใจหลังจากวุฒิสภาไม่รับหลักการแล้ว ก็จะเข้าขั้นตอนในส่วน 180 วัน และรัฐบาลขอยืนยันว่ามติพรรคเพื่อไทยแสดงชัดเจนว่าเมื่อวุฒิสภาไม่รับหลักการ พรรคเพื่อไทยมีมติหลังจาก 180 วันจะไม่นำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวกลับขึ้นมาอีก และรัฐบาลยืนยันอีกครั้งจะไม่ฝืนความรู้สึกของประชาชน เราต้องยึดเสียงส่วนใหญ่และรับฟังเสียงของประชาชน ในหลายครั้งรัฐบาลไม่มีทิฐิ เพียงแต่ขอให้เกิดความสงบ สันติภาพกับประชาชนและที่วันนี้ต้องแถลงอีกครั้งเนื่องจากมีข่าวลือต่างๆมากมายว่ารัฐบาลจะใช้กำลังรุนแรงทั้งในและนอกระบบ ยืนยันว่ารัฐบาลนี้จะไม่ใช้กำลังรุนแรงกับประชาชนอย่างเด็ดขาด เมื่อเรามาจากประชาชน มาด้วยระบอบประชาธิปไตย เรายึดข้อกฎหมาย ยึดรัฐธรรมนูญ ยึดวันติภาพเสรีภาพของประชาชเป็นเรื่องใหญ่"

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ขอร้องว่าในการรับฟังข้อมูลข่าวสารในขณะนี้ขอให้ความเป็นธรรมแก่รัฐบาลด้วย และข้อกฎหมายต่างๆเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งได้ออกมาแสดงจุดยืนครบถ้วนหมดแล้ว จึงขอความกรุณาประชาชนนำจุดยืนต่างๆไปพิจารณา และตนเชื่อว่าการแสดงออกของประชาชนหลายกลุ่มหลายสถาบันขณะนี้ก็อยากเห็นบ้านเมืองมีความสงบสุข ซึ่งเป็นเจตนาเดียวกับรัฐบาลและเจนาเดียวกับส.ส. เเละส.ว. วันนี้เราต้องช่วยกันรับฟังข้อมูข้อเท็จจริงและต้องช่วยกันรักษาความสงบ ถ้าเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เราไม่อยากกลับไปสู่วงจรความขัดแย้งอีก เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นบทเรียนที่เพียงพอแล้ว รัฐบาลนี้ยืนยันจะไม่ใช้กำลังรุนแรงกับประชาชน แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลประชาชนก็เน้นย้ำและขอร้องไปว่าให้ยึดหักข้อกฎหมาย อย่าใช้อาวุธกับประชาชน

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า จากการชุมนุมหลายครั้ง รัฐบาลใช้ความอดทนในทุกพื้นที่ ทั้งที่บางอย่างก็มีปัญหาในเรื่องความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำงานด้วยความอดทน ทำอย่างเต็มที่ สุดกำลังความสามารถเพื่อพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลที่มีต่อประชาชน ขอให้เชื่อใจว่ารัฐบาลนี้มาจากประชาชน เราจะไม่ทำลายความรู้สึกของประชาชนและยืนยันจะดูแลความทุกข์ยากของประชาชน และความเดือดร้อน แม้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะไม่ได้ดำเนินการต่อไป ก็ยังมีอีกหลายขั้นตอนหลายวิธการที่จะดูแลช่วยเหลือประชาชน ยืนยันว่าเราจะทำด้วยวิธีการที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน

เมื่อถามว่าจะยืนยันได้หรือไม่ว่ารัฐบาลจะไม่เลี่ยงไปออกพ.ร.ก.แทน น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลยังไม่มีแนวทางดังกล่าวเลย รัฐบาลมีแนวทางแค่ว่าจะช่วยเหลือผู้เดือดร้อนให้ได้รับความเป็นธรรมในทุกกลุ่มอย่างไร ยืนยันว่ายังไม่เคยมีแนวคิดการออกพ.ร.ก. อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะแถลงจุดยืนแล้วแต่ยังมีคนตั้งแง่และไม่เชื่อนั้น รัฐบาลได้ถอยจากความตั้งใจต่างๆ ซึ่งขั้นตอนของรัฐบาลกับฝ่ายนิติบัญญัติเป็นคนละส่วนกัน แต่จุดยืนเราแสดงเจตนารมณ์แล้ว ยืนยันรัฐบาลไม่มีทิฐิ ต้องการทำตามความคิดเห็นส่วนใหญ่ของประชาชนและเราเชื่อว่าฝ่ายค้านมาจากระบอบการเลือกตั้งและระบอบรัฐสภา เชื่อว่าเวทีที่เหมาะสมน่าจะเป็นเวทีรัฐสภา ขอให้ใช้กลไกรัฐสภาดีกว่า

เมื่อถามว่าถึงเวลานี้เสถียรภาพรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลยังมั่นคงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ในส่วนของพรรคร่วมยังทำงานด้วยกันเป็นอย่างดี และพรรคร่วมก็เข้าใจและมีเจตนารมณ์เดียวกัน อย่างนายยุคลก็อยู่ด้วยกันตรงนี้ จุดยืนของเราอยู่ที่ประชาชน แต่เนื่องจากข่าวลือต่างๆอาจทำให้เข้าใจเจตนารมณ์ของรัฐบาลและสภาผิดไป จึงต้องชี้แจง ที่ผ่านมาข่าวสารอาจไม่ชัดเจน จึงควรพูดคุยกันมากขึ้น เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ไม่ได้คุย ตนทำงานตลอด เมื่อถามว่า จะฝากอะไรไปถึงกลุ่มผู้ชุมนุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลเคารพในหลักสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่หวังว่าการแสดงจุดยืน เมื่อผู้ชุมนุมแสดงจุดยืนแล้วขอความร่วมมือว่า ให้สร้างความเชื่อมั่นต่อไปได้และพัฒนาเศรษฐกิจ ให้เวลาเป็นเครื่องพืสูจน์ความจริงใจของรัฐบาล เราไม่จำเป็นต้องออกมาชุมนุมเลยเพราะจะก่อให้เกิดความหวาดกลัว ตกใจ สุดท้ายความเชื่อมั่นจะหายไป เราพยายามกู้กลับคืนมา อีกทั้งเรื่องเศรษฐกิจก็ต้องช่วยกัน เราไม่ต้องการให้เกิดความเดือดร้อนหรือความเกรงกลัวอะไรขึ้นอีก และหลังจากรัฐบาลได้ชี้แจงเจตนารมณ์หลายครั้ง ประชาชนจะเข้าใจมากขึ้น และให้เวลาทุกฝ่ายในการทำงานเพราะบางอย่างอาจไม่เห็นในทางปฏิบัติทันที แต่ทุกฝ่ายแสดงเจตนารมณ์แล้ว

เมื่อถามว่าจะขอร้องส.ส.พรรคเพื่อไทยว่าในอายุรัฐบาลนี้จะไม่หยิบร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยขึ้นมาอีก น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า มติพรรคเพื่อไทยมีมติออกมาแล้วว่ายอมรับในผลคำตัดสินของวุฒิสภา เชื่อว่าในสถานการณ์บนความขัดแย้งนี้จะไม่มีส.ส.คนใดหยิบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นมาอีก ส่วนข้อกล่าวหาว่าส.ส.รัฐบาลล็อบบี้ส.ว.ให้คว่ำร่างดังกล่าวนั้น ตนเชื่อว่าส.ว.มีเอกสิทธิ์ คงไม่มีใครก้าวก่ายได้ไม่ว่ากลุ่มที่มาจากเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง ทุกคนคงใช้วิจารณญาณของตนเอง

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรกับกลุ่มที่สนับสนุนและได้ประโยชน์จากร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ต้องคุยกันก่อนว่ายังมีอีกหลายวิธีในการช่วยเหลือประชาชน รัฐบาลจะพยายามทำในสิ่งที่ทำไปอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่าปีใหม่นี้จะคืนความสุขให้ประชาชนได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลประกาศจุดยืนแล้วหวังว่าประชาชนจะร่วมมือกันสร้างบรรยากาศปีใหม่ให้เป็นปีแห่งความสุขของพวกเรา เมื่อถามย้ำว่าถ้าบรรยากาศและเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ มองเรื่องการยุบสภาเเละเลือกตั้งใหม่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า "ต้องเรียนว่าเราเชื่อมั่นว่าการพูดคุยกันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด การยุบสภาคงไม่ใช่ทางออก"

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่จะอยู่ครบ 4 ปี น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชน แต่จะทำอย่างเต็มกำลังความสามารถและหวังว่าประชาชนจะให้โอกาสตน

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรกับคำพูดที่ว่าหากพี่ชายของน.ส.ยิ่งลักษณ์หยุดพูด จะทำให้การบริหารประเทศเดินหน้าไปได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวเสียงแข็งว่า "คงไม่เกี่ยวกัน เพราะการบริหารประเทศไม่เกี่ยวกับการพูดหรือไม่พูด การบริหารประเทศ คือการบริหารเพื่อให้ผลงานต่างๆที่เสนอไว้กับประชาชนเกิดผล"

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวถึงการปฏิรูปประเทศว่า ก็คงเดินหน้าต่อไป เราพูดบนจุดนี้บนความขัดแย้งว่าเราจะแก้อย่างไร แต่เราอยากเห็นการเดินหน้าของเวทีปฏิรูป และควรเร่งพูดคุยเพื่อให้ความชัดเจน ส่วนกรณีที่นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศนั้น เวทีปฏิรูปคงต้องเดินต่อไป และเราสามารถรับฟังความเห็นต่างๆได้เพราะเวทีดังกล่าวไม่ได้รับฟังแค่สมาชิกที่เข้าร่วมประชุมเเต่ยังรับฟังจากทุกกลุ่มทุกฝ่าย อาจมีการประชุมข้างนอก เราพร้อมรับฟัง เวทีปฏิรูปเป็นเพียงตัวแทนที่เข้ามาทำงาน แต่การรับฟังความเห็นเราต้องฟังจากทุกกลุ่ม

เมื่อถามว่าถึงเวลานี้สบายใจแล้วหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวเลี่ยงว่า" ขอให้นักข่าวส่งข่าวเสร็จ เราก็สบายใจแล้ว"