วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯยันทำงานหนักด้วยตัวเองไม่พึ่งพี่ชาย

นายกฯให้สัมภาษณ์ผ่าน"ซีเอ็นเอ็น" ยันทำงานหนัก พิสูจน์ตัวเองแล้วตั้งใจรับใช้ชาติ ไม่ได้พึ่งพี่ชาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ได้เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในรายการ “Leading Women” โดยนายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามถึงเส้นทางสู่การเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ที่ผ่านสนามการเลือกตั้งและได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย ว่า ไม่ว่าชายหรือหญิงสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เท่าเทียมกัน แต่ต้องการให้ทุกคนได้ตัดสินบทบาทการเป็นผู้นำสตรีด้วยผลงาน อย่างไรก็ตาม ได้พิสูจน์ด้วยการทุ่มเททำงานอย่างหนัก และเพื่อให้เห็นว่าไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นเพียงหุ่นเชิดของใคร ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ และจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา เช่น เหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปี 2554 แสดงให้เห็นแล้วว่าตนได้ใช้กำลังความสามารถและความทุ่มเทในการแก้ปัญหา จนนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติครั้งนั้นมาได้

"ดิฉันคิดว่าเราต้องทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ตนเอง ซึ่งนี่ก็ผ่านมาแล้ว 2 ปี ดิฉันคิดว่าเสียงวิจารณ์เรื่องที่ต้องพึ่งพี่ชายเริ่มลดน้อยลงไปมาก เพราะดิฉันสามารถฟันฝ่าสถานการณ์หนักๆเช่น น้ำท่วมครั้งใหญ่มาแล้ว"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ประชาชนไม่คาดหวังให้นายกรัฐมนตรีเล่นการเมือง แต่คาดหวังให้นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์ และทำงานหนักเพื่อตอบแทนสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้แก่ประชาชน สำหรับกรณีที่มีผู้มองว่าความงามและรูปลักษณ์มีประโยชน์ในฐานะนักการเมืองนั้น ตนยืนยันว่าต้องการให้ประชาชนพิจารณาและมองจากผลงานและแนวทางในการบริหารและรับใช้ประเทศ มากกว่าเพียงภาพลักษณ์ภายนอก และในฐานะสตรี ได้ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือการสร้างโอกาสให้กับสตรีและเด็ก ผ่านนโยบายสำคัญ เช่น โครงการ“สมาร์ท เลดี้ ไทยแลนด์”ซึ่งเป็นรายการเรียลลิตี้ที่รัฐบาลมุ่งหวังให้เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้หญิงรุ่นใหม่

ทั้งนี้ ผู้ดำเนินรายการ “Leading Women” ได้กล่าวถึงท่าทีที่สร้างสรรค์ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญทางการเมือง และส่งผลให้กลายเป็นจุดสนใจ ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีได้รับความสนใจและเผยแพร่อย่างรวดเร็ว ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอให้ประชาชนมองว่าในฐานะนายกรัฐมนตรีจะรับใช้ประเทศชาติอย่างไรมากกว่า นอกจากนี้ขอยืนยันถึงความอิสระในการทำงานในฐานะนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ความสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะพี่น้องนั้นยังคงมีความแน่นแฟ้น ซึ่งอาจมีความคิดและวิธีการจัดการที่เหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องปฏิบัติตามในทุกเรื่อง นอกจากนี้ หนทางของผู้นำประเทศยังมีความท้าทายอีกมากมาย และยังอีกยาวไกล ซึ่งภาระหน้าที่ต่อประชาชนไทยจะเป็นเครื่องพิสูจน์ โดยขอทำงานอย่างมีสมาธิ และการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลทำมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา.