สถาบันพระปกเกล้าออกโรงจวกรัฐบาล บิดเบือนปรองดอง ตัดตอนออกนิรโทษกรรมเอื้อประโยชน์พวกพ้อง เพิ่มความขัดแย้งในบ้านเมือง
ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ว่า ก่อนหน้านี้สถาบันพระปกเกล้า เคยเสนอผลการวิจัยเรื่องการปรองดอง ไม่ใช่รูปแบบที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้ โดยได้เสนอว่าความปรองดองจะต้องเริ่มจากทุกฝ่ายร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งการปรองดอง โดยรัฐบาล แสดงเจตจำนงทางการเมืองชัดเจน มีแนวทางที่เป็นรูปธรรมที่จะสร้างความปรองดองในชาติ สร้างความตระหนักแก่สังคมให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการสร้างความปรองดองและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งในรูปของตัวเงินและความรู้สึก ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องนั้น ทุกฝ่ายควรงดเว้นการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าอยู่ในสังคมที่ไม่เคารพกฎหมายและหลักนิติรัฐ สื่อมวลชนควรสนับสนุนกระบวนการสร้างความปรองดองและหลีกเลี่ยงการสร้างความขัดแย้งใหม่โดยนำเสนอความคิดเห็นทางการเมืองจากฝ่ายต่าง ๆ อย่างรอบด้าน
"ปรากฏว่าแนวทางดังกล่าวมิได้ถูกนำมาปฏิบัติให้เป็นผลแต่กลับมีการเลือกใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์เฉพาะกลุ่มคือการนิรโทษกรรมและมีการสร้างสิ่งยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น รัฐบาลต้องนำประเทศกลับสู่สันติสุขให้ได้ โดยไม่ใช้ความรุนแรง และอย่าเป็นผู้สร้างความขัดแย้งเสียเอง อย่าปล่อยให้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้สร้างความแตกแยกในสังคมไทยต่อไป" ดร.ถวิลวดี กล่าว
ดร.ถวิลวดี เสนอว่า การสร้างความปรองดองต้องอาศัยปัจจัยสำคัญอย่างน้อย 3 ประการ คือ เจตจำนงทางการเมืองของผู้มีอำนาจรัฐที่จะสร้างความปรองดองโดยคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ โดยมีพื้นที่ให้กับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงและประชาชนจากทุกภาคส่วนในสังคมไทยได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นต่อทางออกและแนวทางป้องกันมิให้ความขัดแย้งกลับกลายเป็นความรุนแรงในอนาคตและปัญหาใจกลางซึ่งเป็นเหตุแห่งความขัดแย้งจะต้องได้รับการแก้ไขและแปรเปลี่ยนเป็นพลังในการพัฒนาประชาธิปไตยที่พึงปรารถนาของประเทศไทย





