วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.ลั่นจัดเวทีประชาชนทั่วปท.หยุดนิรโทษ

"อลงกรณ์"ลั่นเดินสายเวทีประชาชนทั่วประเทศยับยั้งกฎหมายนิรโทษกรรม อัดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ตระบัดสัตย์ หากไม่รักษาสัจจะก็ไม่ต่างจากโจร

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคกลาง แถลงจุดยืนเกี่ยวกับการต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมว่า จะร่วมรณรงค์เครือข่ายประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ในการจัดเวทีปราศรัยให้ความรู้ให้ประชาชนลุกขึ้นสู้ ต่อความไม่ถูกต้องหยุดยั้งการใช้อำนาจไม่ชอบธรรมของรัฐบาล ทั้งนี้จะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายในเดือนนี้ เพราะการใช้เสียงข้างมากทำร้ายประเทศ เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา เนื่องจากมีการใช้สภาเพื่อตรากฎหมายเพื่อตนเองและพวกพ้อง

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลยังทำลายหลักธรรมาภิบาล และหลักการของประเทศ โดยเฉพาะประเด็นการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ การนิรโทษกรรมคดีทุจริตตั้งแต่ปี 47 ถึง8 ส.ค.56 ทำให้คนโกงกินบ้านเมืองพ้นผิด อีกทั้งรัฐบาลยังได้ดำเนินการขัดต่อหลักอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชั่น ที่ประเทศไทยให้สัตยาบัณไว้ในปี 2011 ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นประเทศแรกที่ออกกฎหมาย ล้มล้างความผิดทุจริตคอร์รัปชั่น ทำให้เสียภาพลักษณ์ขาดความน่าเชื่อถือ จนถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ

"รัฐบาลยังตระบัดสัตย์ หลอกลวงคนทั้งประเทศ ใช้สภาเป็นเครื่องมือในการสนองตอบต่อเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง เช่น การแก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว. การแก้ไขมาตรา 190 และ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ล้วนมีพฤติกรรมตระบัดสัตย์ ยืนยันว่าจะช่วยเหลือประชาชนไม่ช่วยคนทำผิดทุจริต แต่สุดท้ายใช้วิธีอีแอบแปลงกายเนื้อหา ใช้เสียงข้างมากปิดปากฝ่ายค้าน เป็นการทำลายประเทศและทำร้ายประชาชน เพราะในขณะที่ประเทศเสื่อมทรุด ค่าครองชีพสูง การส่งออกตกต่ำ กำลังซื้อลดลง ทั้งประชาชนและภาคเอกชนได้รับความเดือดร้อน แต่รัฐบาลกลับซ้ำเติมสถานการณ์ ของประชาชนและประเทศชาติอย่างไม่มีมโนสำนึก"นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมุ่งเน้นให้เห็น ในเรื่องการทำลายระบบรัฐสภา การทำลายหลักการและความน่าเชื่อถือของประเทศ นอกจากนั้น พรรคจะเรียกร้องไปยังวุฒิสภาให้คว่ำกฎหมายอัปยศฉบับนี้ และยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า มีการกระทำที่ละเมิดต่อรัฐธรรมนูญอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่ถ้าไม่สามารถหยุดยั้งกฎหมายนี้ได้สำเร็จก็จะพิจารณายกระดับการเคลื่อนไหวทั้งในและนอกสภา โดยกรรมการบริหารพรรคจะร่วมกันพิจารณาต่อไป