ทีมโฆษกอัยการระบุไม่โต้แย้งอำนาจป.ป.ช.รับไต่สวนกล่าวหาถอดถอน"อภิสิทธิ์-สุเทพ" ชี้ไม่กระทบคดีอาญาที่อสส.สั่งฟ้อง
นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติให้รับเรื่องไต่สวนการร้องขอให้ถอดถอน และการดำเนินคดีอาญา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่พฤติการณ์ส่อกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการในการสั่งใช้กำลังทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน สลายการชุมนุมของ นปช.ว่า การรับเรื่องของ ป.ป.ช.ดังกล่าว ไม่กระทบต่อคำสั่งของอัยการสูงสุดที่ให้ดำเนินคดีอาญาฐานก่อให้ฆ่าผู้อื่น ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288
"เพราะว่าการรับเรื่องของ ป.ป.ช.เป็นอำนาจตามกฎหมาย ป.ป.ช.ที่จะพิจารณาตรวจสอบเรื่องการถอดถอนจากตำแหน่ง ส่วนการดำเนินคดีอาญาของอัยการ ข้อหาก่อให้ฆ่าผู้อื่น ฯ นั้นตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญาให้อำนาจอัยการสูงสุดสั่งฟ้องถือเป็นที่สุดเด็ดขาด อัยการก็ต้องยื่นฟ้องตามกระบวนการกฎหมายต่อไป " นายนันทศักดิ์ ชี้แจง
ส่วนกรณีที่ว่า หากสุดท้ายการวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ประเด็นการดำเนินคดีอาญาชี้มูลว่านายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ กระทำความผิดต่อตำแหน่งราชการในการสลายการชุมนุม ซึ่งคดีต้องยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แล้วจะมีปัญหาเรื่องเขตอำนาจศาล อำนาจฟ้องคดีที่อัยการยื่นศาลอาญาตาม มาตรา 288 หรือไม่นั้น โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า การพิจารณาเรื่องกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการชั้น ป.ป.ช. เข้าใจว่าการเป็นกล่าวหาว่าคำสั่งสลายม็อบชอบหรือไม่ชอบ คล้ายกับกรณียุคนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหาก ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วจะชี้ว่าคำสั่งนั้นไม่ชอบแล้ว ขั้นตอนดำเนินคดีก็เป็นไปตามกฎหมาย ป.ป.ช. เพียงแต่ที่มีมูลเหตุมาจากเรื่องเดียวกันกับที่ฟ้องคดีอาญา มาตรา 288 โดยสุดท้ายอัยการจะมีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลจะวินิจฉัย ถ้าเป็นเรื่องการวินิจฉัยถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถือว่า ป.ป.ช. ที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ฯ มีอำนาจไต่สวน ตรวจสอบอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า หากผลไต่สวน ป.ป.ช. ออกมาว่าทั้งสองไม่มีความผิดที่จะถอดถอนจากตำแหน่งและดำเนินคดีอาญาแล้วจะนำมาผลนั้นมาใช้ประโยชน์ต่อสู้คดีอาญา มาตรา 288 ที่อัยการยื่นฟ้องได้หรือไม่ นายนันทศักดิ์ กล่าวว่า ก็เป็นอีกเรื่อง ส่วนศาลจะวินิจฉัยอย่างไรเป็นดุลยพินิจขณะที่นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า กรณีที่เป็นเรื่องการถอดถอนอัยการ ไม่ได้โต้แย้งเรื่องอำนาจ ป.ป.ช ที่จะไต่สวน แต่คดีอาญาที่อัยการสูงสุดสั่งให้ฟ้อง ก็ยืนยันยื่นฟ้องตามนั้น" ส่วนถ้า ป.ป.ช.วินิจฉัยชี้มูลข้อกล่าวหาทางอาญาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการแล้ว ตามขั้นตอนก็ต้องส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาตามกฎหมาย และตามกระบวนการหากความเห็นไม่ตรงกัน ก็ต้องตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างอัยการ และ ป.ป.ช. เสนออัยการสูงสุดชี้ขาด ซึ่งหากอัยการจะเห็นต่าง ป.ป.ช.ก็มีอำนาจยื่นฟ้องคดีเองได้ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ขณะท้ายที่สุดแล้วอำนาจการสอบสวนจะเป็นอย่างไร ศาลจะเป็นผู้วินิจฉัย ถ้าการสอบสวนจะไม่ชอบ อัยการก็ไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 120 และ มาตรา121 " รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าว





