สั่งจับตาปชป.ชุมนุม ยังไม่ขยายก.ม.มั่นคง

สั่งจับตาปชป.ชุมนุม ยังไม่ขยายก.ม.มั่นคง

เลขาฯสมช.เผย"ยิ่งลักษณ์"เข้ม"สมช.-ศอ.รส."จับตาปชป. ดีเดย์ชุมนุมพรุ่งนี้ ยังไม่ขยายพ.ร.บ.มั่นคงไปเขตพญาไท

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคง มาหารือด่วนในเช้าวันนี้ (30 ต.ค.) ว่า เป็นการประเมินสถานการณ์ที่จะมีการชุมนุมคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ส่วนที่ประชาธิปัตย์เป่านกหวีดรวมพลวันที่ 31 ต.ค.นั้นเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ว่าควรจะออกมาดำเนินการลักษณะนี้หรือไม่ เพราะนิรโทษกรรมเป็นกระบวนการนิติบัญญัติ สมควรไปพูดคุยกันในสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) ที่อุรุพงษ์ จะไหลรวมไปชุมนุมกับการชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น เลขาธิการสมช. กล่าวว่า คิดว่ามีความสัมพันธ์ยึดโยงกันอยู่ ในทางปฏิบัติเชื่อว่าแต่ละกลุ่มจะอยู่ที่มั่นของตัวเอง อย่างไรก็ตามการชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์จะบายปลายหรือไม่ ต้องรอดูตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.เป็นต้นไป ที่มีการชุมนุมที่สถานีรถไฟสามเสน จะบ่งชี้สถานการณ์ไปอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมีแนวคิดจะขยายพื้นที่ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า รัฐบาลยังยืนอยู่จุดเดิม คือคุมพื้นที่ทำเนียบฯ รัฐสภาและสำนักพระราชวัง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เราควบคุมอย่างเพียงพอ จะไม่มีการขยายมายังพื้นที่พญาไท ขณะนี้ยังไม่มีการตกลงอย่างนั้น เพราะเชื่อว่าการชุมนุมตรงนั้นไม่กระทบการทำงานของทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับรายงานการระดมมวลชนเข้ามาในกทม.หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ขณะนี้มีการสื่อสัญญาณกันไป แต่ในชั้นต้น ประชาชนจากต่างจังหวัดยังไม่มีการเคลื่อนย้ายเข้ามา คิดว่ามีการปลุกระดมคนในกทม.เป็นหลัก โดยส.ส. ส.ก. และ ส.ข.ในพื้นที่เพื่อประสานกับมวลชน

เมื่อถามว่า มีการประเมินจำนวนผู้ชุมนุมมากน้อยแค่ไหน เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ถ้ามีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังต้องมากอยู่แล้ว แต่คงยังระบุตัวเลขไม่ได้ สัญญาณจะชัดเจนในวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค.ที่มีการชุมนุม ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีกังวลใจหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ต้องมีความระมัดระวังอยู่แล้ว นายกฯสั่งให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อถามว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะรัฐสภาจะต้องมีการดูแลรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น นำแท่งอิฐมาบล๊อกหรือปิดกั้นการจราจรตั้งแต่ช่วงเย็นวันนี้เลยหรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ตำรวจมีทั้งมาตรการขั้นตอนการปฏิบัติ และสืบดูการชุมนุมว่าจะพัฒนาไปอย่างไร ก็พร้อมดำเนินมาตรการทันทีอยู่แล้ว แต่คิดว่าคงยังไม่มีความพยายามไปปิดการเข้าออกบริเวณใกล้กับสภา เขาคงจะใช้การเชื้อเชิญมวลชนมาดูก่อนว่าจะมากน้อยแค่ไหน จึงจะเคลื่อนไหวต่อไป ทั้งนี้คนที่มีความคิดเห็นกลางๆ ไม่เข้ามาร่วม สถานการณ์ก็อยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ แต่ถ้ากลุ่มนี้มาร่วมก็ล่อแหลมที่สถานการณ์มีโอกาสบานปลายได้

อ้าง “พ.ร.บ.นิรโทษฯ” ไม่ผ่านง่าย ชี้ ผ่านกระบวนการอีกยาว รับ “ระวังมือที่ 3” หวั่น ม๊อบชนม๊อบ เร่งทำความเข้าใจ ยังไม่เพิ่มกำลังจนท.

พล.ท.ภราดร กล่าวว่า สิ่งที่ดำเนินการตอนนี้เจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาลมองว่าเป็นกระบวนการทางนิติบัญญัติ แต่อาจส่งผลต่อความสงบเรียบร้อย ฝ่ายบริหารต้องเตรียมทำความเข้าใจว่ากระบวนการเหล่านี้ยังเป็นกระบวนการอีกยาว เพราะต้องอยู่ในนิติบัญญัติ อาจมีกรรมาธิการร่วมฯ ขณะนี้เดียวกันไม่รู้ว่าผลของการพิจารณาของส.ว.จะออกมาอย่างไร อาจจะลากยาวถึงศาลรัฐธรรมนูญอีก ฉะนั้นเบื้องต้นที่มีการมาจูงมวลชนแบบนี้ ไม่ทราบว่าจำเป็นหรือไม่ เพราะสถานการณ์ยังไม่น่าไปจูง จึงเป็นข้อสังเกตที่ต้องเฝ้าระวัง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การข่าวระบุหรือไม่ว่าจะมีกลุ่มคนสนับสนุนรัฐบาล จะมาเผชิญหน้ากับพรรคประชาธิปัตย์ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า รัฐบาลได้ทำความเข้าใจกับมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลเต็มที่ว่าเป็นเรื่องกระบวนการนิติบัญญัติ ก็สามารถพูดคุยในสภาได้

เมื่อถามว่า มั่นใจจะไม่เกิดม็อบชนม็อบใช่หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพึงระวัง และได้สื่อสารไปยังมวลชนของฝ่ายรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีมือที่ 3 ก็เช่นเดียวกัน ถ้ามีคนชุมนุมจำนวนมาก สิ่งที่ต้องระวังและตระหนักคือมือที่ 3 ขณะนี้ได้เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม กำลังเจ้าหน้าที่ในการเตรียมปฏิบัติการเพื่อควบคุมสถานการณ์ยังเพียงพอ ไม่มีการเพิ่มกำลังแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมที่อุรุพงษ์มีการโยนหมามุ่ยเข้ามาถึง 2 ครั้ง เกรงว่าจุดอื่นๆจะเกิดการก่อกวนแบบนี้หรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า เป็นนัยยะที่มีโอกาสจะเกิดมือที่ 3 แทรกซ้อนได้ จึงต้องเฝ้าระวัง ทั้งนี้พื้นที่ชุมนุมที่อุรุพงษ์มีช่องว่างการรักษาความปลอดภัย จึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นได้เจ้าหน้าก็พยายามแนะนำสถานที่

เมื่อถามว่า การชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์บริเวณสามเสนจะดูแลอย่างไร พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เป็นจุดกลยุทธที่พรรคประชาธิปัตย์นำมาใช้ เพราะตรงนั้นเป็นสถานีรถไฟ เป็นจุดเดินทางสะดวก ประชาชนเดินทางมาลงได้ เป็นจุดที่จะเคลื่อนจากรถไฟฟ้า หรือการใช้ยานพาหนะอื่นค่อนข้างสะดวก ขณะเดียวกันประชาธิปัตย์เชิญชวนประชาชนแต่งชุดดำ ซึ่งสอดคล้องสถานการณ์ไว้ทุกข์ของสมเด็จพระสังฆราชฯ ก็จำเป็นต้องเฝ้าระวัง เพราะเป็นการผสมระหว่างประชาชาชนปกติกับประชาชนที่ใช้รถไฟกับมวลชนที่มาชุมนุม ภาพจึงทำให้ดูว่ามีจำนวนมาก ต้องมีการแยกแยะพอสมควร ซึ่งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กำลังพิจารณามาตรการที่จะดำเนินการในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินการชุมนุมกลุ่มต่างๆจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ถ้าอยู่ในเกณฑ์ควบคุมและทำความเข้าใจได้ ก็ไม่เป็นไร แต่หากปล่อยให้มีการยืดเยื้อยาวนาน และจำนวนสะสมมากขึ้นก็จะล่อแหลมต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

เมื่อถามว่าประชาชนที่ขึ้นรถไฟจากภาคใต้มากทม.จะดูแลอย่างไร พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตรงนี้อาจมีการผสมปนเปกัน แต่เจ้าหน้าที่การข่าวติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อถามว่าสมช.ได้ข้อมูลตรงกับนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกฯที่ระบุว่าส.ส. ส.ก. ส.ข.ระดมคนมาเขตละ1,000 คนหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า มีการส่งสัญญาณไปทางสื่อ แต่ตรงนั้นอาจเป็นตัวเลขข่มขวัญรัฐบาล ตัวเลขจริงต้องรอประเมินก่อน คิดว่าคงไม่ถึงเขตละ 1,000 คน แต่เป็นการเชื้อเชิญคนมาร่วมมากกว่า