วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'ธาริต'เดินหน้าแยกฟ้อง'อภิสิทธิ์-สุเทพ'

"ธาริต"เมินความเห็นอัยการ เดินหน้าแยกฟ้อง"อภิสิทธิ์-สุเทพ" เรียงกระทงตามจำนวนศพและผู้บาดเจ็บ อ้างเคารพสิทธิคนเจ็บ-ตาย

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวภายหลังประชุมพนักงานสอบสวนในคดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กรณีสั่งสลายการชุมนุมภายหลังอัยการสูงสุดสั่งฟ้องคดีในความผิดฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล ซึ่งอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องตามความเห็นของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

จึงยืนยันได้ว่าคณะพนักงานสอบสวนทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน ส่วนกรณีที่อัยการมีความเห็นว่าเป็นการกระทำความผิดเพียงกรรมเดียวนั้น คณะพนักงานสอบสวนเห็นว่าเป็นการออกคำสั่งที่ต่อเนื่องกัน มีเจตนาเดียวกันเพื่อสลายการชุมนุม จึงยืนยันในความเห็นเดิมที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือแยกสำนวนคดีทั้งข้อหาฆ่าคนตาย และข้อหาพยายามฆ่าคนตายเป็นรายคดี เว้นแต่กรณีที่เป็นเหตุการณ์ในเวลาและสถานที่เดียวกัน จึงจะรวมสำนวนเป็นหนึ่งคดี โดยเฉพาะข้อหาพยายามฆ่าคนตาย ซึ่งมีผู้เสียหายประมาณ 1,000 ราย ที่ต้องเคารพสิทธิ์ของผู้เสียหายที่มาร้องทุกข์เป็นรายคดี

นายธาริต ยังกล่าวถึง กรณีการยกร่างพรบ.นิรโทษกรรมที่แก้ไขให้การนิรโทษกรรมครอบคลุมไปถึงผู้สั่งการให้ไม่ต้องรับโทษ ซึ่งอาจส่งถึงคดีกังกล่าวว่าต้องรอให้มีการออกเป็นกฎหมายก่อน รวมถึงต้องมีสาระสำคัญที่ครอบคลุมถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมช่วงเดือนเม.ย. - พ.ค.2553 ก็จะได้รับผลดีตามกฎหมายนิรโทษกรรมด้วย แต่ตราบใดที่ยังไม่มีกฎหมายนิรโทษกรรม ก็ต้องดำเนินคดีต่อไป พร้อมยืนยันเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ความผิดตามมาตรา 157 เพราะนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ปฏิบัตินอกหน้าที่ทำให้การสอบสวนเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนไม่ใช่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเห็นของป.ป.ช.ว่าจะสอบสวนต่อหรือไม่

ขณะนี้ดีเอสไอได้ส่งสำนวนชันสูตรพลิกศพในคดีที่มีหลักฐาน เชื่อว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐกลับไปให้พนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุแล้ว 52 ราย ในจำนวนดังกล่าวศาลมีคำสั่งแล้ว 15 ราย สำนวนการไต่สวนส่งกลับมาดีเอสไอแล้ว 13 ราย ไม่รวมข้อหาพยายามฆ่าคนตาย