วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'คำนูณ'เตือน'สุรพงษ์'วางตัวให้ดีคดีพระวิหาร

"คำนูณ"เตือน"สุรพงษ์"วางตัวให้ดี แนะ"ทำประชามติ"แนวปฎิบัติ หลังมีคำพิพากษา

ในการประชุมวุฒิสภานัดพิเศษ ที่มีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ได้หารือถึงปัญหาไทย-กัมพูชากับคำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในวันที่ 11 พ.ย. นี้ว่า ตนไม่เห็นด้วยกับท่าทีของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ที่ตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-กัมพูชา และการดำริว่าจะโทรไปหารืออย่างไม่เป็นทางการกับนายฮอ นัม ฮง รองนายกฯกัมพูชา เนื่องจากกลไกไทย-กัมพูชามีเวทีร่วมถึง 2 เวทีอยู่แล้ว คือ คณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ( เจบีซี) กับ คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นการตั้งคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาไม่ควรทำ เพราะจุดยืนในคำพิพากษาของไทย-กัมพูชาอาจจะต่างกัน ถึงแม้จะต้องการสันติภาพเหมือนกัน การประกาศจะโทรหานายฮอ นัมฮง ก็เช่นกันแม้จะมีความสนิทสนมหรือมีความรู้สึกส่วนตัวอย่างไรก็ตาม การเป็นรมว.ต่างประเทศควรวางตัวให้งดงามกว่านี้

ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลหรือนายสุรพงษ์ควรจะทำคือ 1. อย่าด่วนประกาศว่าไทยจะปฏิบัติตามคำพิพากษา 2. ตั้งคณะกรรมการไทยฝ่ายเดียวเตรียมการศึกษาคำพิพากษา โดยมีตัวแทนจากทุกภาคส่วน 3. ให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างรอบด้านถึงผลดีและผลเสียของการปฏิบัติตามและไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เสนอแนวความคิดผ่านสื่อของรัฐอย่างเท่าเทียมกัน และ4. จัดให้มีการออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 (1)

อย่างไรก็ตาม คำพิพากษามี 4 ทิศทางแม้ว่าทิศทางที่เลวร้ายที่สุดหรับประเทศไทยคือพิพากษาให้อาณาบริเวณของปราสาทพระวิหารเป็นไปตามเส้นแผนที่อัตรา 1 ต่อ 2 แสน โดยถึงแม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยที่สุดแต่ไม่ใช่จะไม่มีโอกาสเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นรมว.ต่างประเทศจะทำอะไรพึงระลึกถึงข้อนี้ด้วย