กรรมการสิทธิฯเล็งเรียกรัฐบาลสอบประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงเกินเวลา "น.พ.นิรันดร์"ลงพื้นที่ม็อบอุรุพงษ์ถามม็อบยันชาวบ้าน
น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ชุมนุมและประชาชนที่อาศรัยบริเวณแยกอุรุพงษ์ เขตราชเทวี โดยน.พ.นิรันดร์ได้สอบถามวัตถุประสงค์การชุมนุมของกลุ่มมวลชนตั้งแต่หน้าเวทีจนถึงด้านหลังพื้นที่การชุมนุมซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ ก็ระบุว่ามีความเดือดร้อนรวมถึงไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของรัฐบาล
นอกจากนี้ น.พ.นิรันดร์ ได้สอบถามประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ที่อาศัยบริเวณแยกอุรุพงษ์ซึ่งส่วนใหญ่ก็ระบุว่าไม่ได้รับความเดือดร้อนเพราะถือว่าเป็นสิทธิการชุมนุมขั้นพื้นฐานแต่ก็ไม่ทราบว่าคนภายนอกจะคิดอย่างไร ขณะเดียวกันก็มีแม้ค้าขายก๋วยเตี๋ยวระบุว่า ไม่กระทบเพราะถือว่าเป็นสิทธิของทุกคน ซึ่งการค้าขายที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีผลกระทบเช่นกัน ในทางตรงข้ามกลับทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นด้วย ส่วนจะเห็นด้วยกับการชุมนุมหรือไม่ก็ไม่สามารถตอบได้เพราะนี่เป็นความเห็นส่วนตัวเท่านั้น
ภายกหลังการลงพื้นที่ น.พ.นิรันดร์ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนให้มาตรวจสอบว่ามีการละเมิดสิทธิการชุมนุมหลังจากรัฐได้ประกาศ พ.รบ.ความมั่นคงหรือไม่ ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ตามปกติ หากมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาว่ามีความเดือดร้อน ก็ต้องมาดูข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่ามี 2-3 ประเด็นที่จะต้องตรวจสอบ 1.รัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตย มีความจริงใจเรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมอย่างไร เพราะระบอบประชาธิปไตย ต้องปกครองด้วยกฎหมาย และปกครองตามหลักนิติธรรม อีกทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา ม.29 ก็ระบุว่า รัฐบาลต้องใช้อำนาจไม่เกินเลย ซึ่งบริเวณการชุมนุมที่แยกอุรุพงษ์ ก็มีประชาชนที่ต้องการมาชุมนุมเพื่อใช้สิทธิแสดงความเห็นตรงกันข้ามกับรัฐบาล โดยมีเนื้อหาเป็นเรื่องความเดือดร้อนจากสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งในระบบนี้รับบาลต้องรับฟังความเห็นของประชาชนและเปิดพื้นที่แม้จะมีความคิดเห็นตรงกันข้ามก็ตาม ดังนั้นกรรมการสิทธิฯจะต้องไปตรวจสอบว่าการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงจะเป็นอำนาจเกินเลยของรัฐบาลหรือไม่
น.พ.นิรันดร์กล่าวว่า2. กรรมการสิทธิฯมีหน้าที่ตรวจสอบ การประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ กฎหมายหรือไม่ เพราะกฎหมายฉบับนี้ในมาตรา 25 ระบุว่าการประกาศใช้ต้องมีเหตุการณ์ทีชัดเจนจึงจะสามารถประกาศได้แต่หากเป็นประเด็นเรื่องความเดือดร้อน การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงก็อาจจะละเมิดสิทธิการชุมนุม กรรมการสิทธิฯ จึงจำเป็นต้องเรียกหน่วยงานรัฐมาตรวจสอบเช่นกันมิเช่นนั้นก็จะเป็นการประกาศกฎหมายที่ยึดความมั่นคงของรัฐบาลมากกว่าความมั่นคงของประเทศ
น.พ.นิรันดร์ กล่าวต่อว่า 3.ถ้ารัฐบาลมองการเมืองแห่งสี หรือการชุมนุมกรณียางพารา ก็ต้องมาดูสิทธิการชุมนุม ซึ่งรัฐบาลก็มีหน้าที่มาดูแลไม่ให้ใครมาทำร้ายหรือมาสร้างสถานการณ์ แต่การชุมนุมของ พล.อ.บุญเลิศ รัฐบาลกลับใช้กฎหมายความมั่นคงมาสกัดกั้นและละเมิดสิทธิการชุมนุมมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกรรมการสิทธิฯจะใช้อำนาจตาม รธน. เรียกรัฐบาลไปชขี้แจงเพื่อให้เกิดความมั่นใจของการใช้อำนาจในการบังคับใช้กฎหมายว่าสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาล ก็ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงมาหลายครั้งแล้ว
"การลงพื้นที่ก็เพื่อสอบถามความคิดเห็นของผู้ชุมนุมรวมถึงชาวบ้านที่อาศัยบริเวณนี้ก็ได้มาให้ข้อมูลซึ่งผมก็ต้องไปหาข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อมีการชุมนุมก็จะมีประชาชนถูกแบ่งแยกเป็นสองฝ่ายซึ่งกรรมการสิทธิก็ต้องดูว่าเป็นการจัดตั้งมวลชนจากฝ่ายรัฐหรือไม่ ทั้งที่การชุมนุมรัฐจะต้องมาคุ้มครอง" หมอนิรันดร์กล่าว
น.พ.นิรันดร์ ส่วนการดำเนินการของ กทม. ก็เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นที่ต้องมาดูแลประชาชนอยู่แล้วทั้งเรื่องสุขาหรือเรื่องอื่นซึ่งที่จริงรัฐบาลต้องดำเนินการเหมือน กทม. เช่นกัน ไม่ใช่มาดำเนินการด้านกฎหมายกับหน่วยงานของ กทม.
น.พ.นิรันดร์ ระบุด้วยว่า กรรมการสิทธิจะเชิญหน่วยงานรัฐ ผู้ชุมนุม ผู้ที่ได้รับผลกระทบ เอกชน ไปชี้แจงที่สำนักงานในสัปดาห์หน้า





