"ยิ่งลักษณ์"ถกครม.ชุดเล็ก เคาะขยายพ.ร.บ.มั่นคงยาวถึง 30 พ.ย. ด้าน"ภราดร"แจงรองรับสถานการณ์ศาลโลกตัดสินคดีเขาพระวิหาร
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีชุดเล็ก โดยมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอง รองนายกรัฐมนตรี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะผอ.ศอ.รส. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เข้าร่วม เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย(คปท.) ที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ และการต่ออายุ พ.ร.บ.ความมั่นคงใน 3 เขตของ กทม. ซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 18 ต.ค. ตามที่หน่วยงานด้านความมั่นคง เป็นผู้เสนอ
พล.ท.ภราดร ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการประชุม ว่า ที่ประชุมมติให้ต่อการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.-30พ.ย. ในพื้นที่เดิมคือ 3 เขต 8 แขวง และกำลังเจ้าหน้าที่ในการใช้ปฏิบัติการก็ยังคงเดิม ส่วนเหตุผลในการต่ออายุพ.ร.บ.ความมั่นคงนั้น ก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เนื่องจากปรากฎเหตุการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อ ความสงบเรียบร้อยตั้งแต่ขณะนี้ไปจนถึงการปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งต้องให้ความระมัดระวังเพื่อรักษาความเรียบร้อย เนื่องจากกฎหมายที่ใช้อยู่ปกตินั้นไม่สามารถบูรณาการแก้ไขปัญหาได้ จึงมีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ
พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ในขณะเดียวกันการต่อพ.ร.บ.ความมั่นคงไปจนถึง 30 พ.ย. นั้นก็เพื่อรองรับกรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ตัดสินคดีเขาพระวิหาร ในวันที่ 11 พ.ย.ด้วย เนื่องจากเหตุการณ์ชุมนุมต่างๆมีความเชื่อมโยงกันหมด ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพราะอาจจะมีเหตุให้ที่จะก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยขึ้นได้ นอกจากนี้มีความชัดเจนว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะกลับมาชุมนุมที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งหากไม่มีการพ.ร.บ.ความมั่นคง อย่างไรก็ตามการประกาศกฎหมายเพื่อรองรับการชุมนุมนั้นได้มีการเตรียมการชี้แจง โดยศอรส. และกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นการชี้แจงกับทูประเทศตต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับนานาประเทศ
พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กำชับในที่ประชุมให้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยใช้หลักนิติรัฐนิติธรรม เพราะการรักษาความสงบเรียบร้อยที่ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ก็เพราะมีกฎหมายพิเศษมารองรับ ถ้าไม่มีกฎหมายดังกล่าวเหตุการณ์จะไม่เรียบร้อยอย่างที่เป็นอยู่ อีกทั้งนายกฯ ยังได้กำชับให้พูดคุยเจรจากับผู้ชุมนุม ทั้งนี้ยืนยันว่าการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงนั้นไม่ได้ใช้สองมาตรฐาน ผู้สื่อข่าวถามว่าหากวันที่ 30 พ.ย. สถานการณ์การชุมนุมยังไม่สงบจำเป็นต้องต่ออายุพ.ร.บ.ความมั่นคงไปอีกหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ต้องพิจารณาตามความจำเป็นและดูจังหวะ ขณะเดียวกันหากก่อนวันที่ 30 พ.ย. สถานการณ์สงบลงก็สามารถยกเลิกได้ ทั้งนี้ศอ.รส. จะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เมื่อไม่มีความจำเป็นก็จะยกเลิกในทันที และตอนนี้ได้มีการประสานกับกทม.อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลผู้ชุมนุม ยืนยันว่าไม่มีแนวคิดในการสลายการชุมนุม มีเพียงการป้องกันเป็นหลัก





