สภาผ่านวาระ 2 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 นัดลงมติ 3 ในวันที่ 2 พ.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ของ รัฐสภา ในส่วนของมาตรา 4 ที่ว่าด้วยว่าด้วยการกำหนดให้มีกฎหมายลูกภายใน 1 ปีนับตั้งแต่ที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขนี้มีผลบังคับใช้ และระหว่างที่ไม่มีกฎหมายลูกออกมาบังคับใช้ให้ครม.จัดรับฟังความเห็นของประชาชน โดยก่อนเข้าวาระพิจารณา นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา สอบถามความชัดเจนว่าเมื่อในมาตรา 3 ได้กลับไปใช้ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระแรก โดยไม่มีการออกกฎหมายเพื่อรับฟังความเห็นของประชาชน ในหนังสือสัญญาใดที่มีผลเปลี่ยนแปลงอาณาเขต หรืออธิปไตยแล้ว ข้อความในมาตรา 4 วรรคสองที่กรรมาธิการฯ เพิ่มเติมอาจจะไม่มีผลใดๆ ต่อการพิจารณา
ทำให้นายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร ฐานะประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่าตนไม่คาดว่ากรรมาธิการฯ จะแพ้มติในที่ประชุม และเมื่อผลออกมาไม่ต้องให้มีการออกกฎหมายเพื่อรับฟังความเห็นแล้วบทบัญญัติที่กรรมาธิการเพิ่มเติมมาคงไม่มีผลในการพิจารณา จากนั้นสมาชิกรัฐสภา ได้อภิปรายสนับสนุนให้ที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามร่างที่กรรมาธิการฯ มีการเพิ่มเติมบทบัญญัติให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับฟังความเห็นประชาชนต่อการจัดทำหนังสือสัญญาตามมาตรา 190 ระหว่างที่เหลือผู้มีผู้อภิปรายไม่กี่คน นายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ได้เสนอขอปิดอภิปราย ขณะที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทำให้นายนิคม ไวยรัชพาณิช ประธานในที่ประชุมขอร้องให้นายพายัพถอนญัตติ ซึ่งนายพายัพก็ทำตามและมีการอภิปรายอีกระยะ
อย่างไรก็ตามเมื่อล่วงเข้าเวลา 00.10 น. นายพหล วรปัญญา ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้เสนอญัตติปิดอภิปราย โดยมีนางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว. อุตรดิตถ์ และ นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้คัดค้านญัตติดังกล่าว และนางนฤมลได้ขอญัตติเปิดอภิปราย โดยที่ประชุมมีมติ ให้ปิดอภิปรายด้วยคะแนน 319 ต่อ 63 เสียง
จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบในร่างมาตรา 4 ไม่เห็นด้วยกับร่างกรรมาธิการแก้ไขโดยการเพิ่มเรื่องการรับฟังความเห็นของประชาชน ด้วยคะแนน 335 ต่อ 62 เสียง และให้กลับไปใช้ร่างเดิมที่ผ่านวาระ 1
จากนั้นจึงถือว่าเสร็จสิ้นการพิจารณาในวาระ2 และนัดประชุมเพื่อลงมติในวาระที่ 3 ในวันที่ 2 พ.ย. เวลา 10.00 น. พร้อม สั่งปิดประชุมในเวลา 00.23 น.





