"พล.ร.อ.บรรรณวิทย์" ฟ้องศาลแพ่ง เพิกถอนประกาศห้ามใช้พื้นที่ตามพ.ร.บ.ความมั่นคง
พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และนายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ผู้ประสานงานกลุ่ม กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ซึ่งชุมนุมบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 และ สวนลุมพินี ได้ยื่นฟ้อง คณะรัฐมนตรี(ครม.) , นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผอ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีอำนาจออกประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 9 ต.ค.56 และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะ ผู้อำนวยรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นจำเลยที่ 1 - 3 เรื่องกระทำความผิดรัฐธรรมนูญ ต่อการละเมิดสิทธิการชุมนุม กรณีเมื่อวันที่ 9 ต.ค.56 นายนิวัฒน์ธำรง จำเลยที่ 2 โดยความเห็นชอบของ ครม. จำเลยที่ 1 ได้ออกประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งเนื้อหาส่วนหนึ่งระบุว่า “ ด้วยปรากฎว่าสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองและการชุมนุมเพื่อเรียกร้องความต้องการตามแนวทางและผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มในขณะนี้ ได้กำหนดรูปแบบการชุมนุมเพื่อให้มีการระดมคนจำนวนมาก หรือมีการปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลและสถานที่ใกล้เคียง เพื่อขัดขวางการใช้อำนาจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล หรือการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรนิติบัญญัติซึ่งอยู่ในระหว่างสมัยประชุมรัฐสภา.....” ซึ่งการออกประกาศนั้นละเมิดสิทธิและเสรีภาพของโจทก์ตามรัฐธรรมนูญ
จึงขอให้ศาล 1.มีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศ เรื่องพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร , 2.เพิกถอนประกาศ เรื่องการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ฯ , 3.เพิกถอนข้อกำหนดที่ออกตามความมาตรา 18 พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ , 4.เพิกถอนประกาศ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยฉบับที่ 1/2556 เรื่องห้ามบุคคลเข้าหรือออกจากบริเวณพื้นที่ อาคารหรือสถานที่ที่กำหนดและ 5.ขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกเพิกถอนประกาศ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียนร้อยฉบับที่ 2 เรื่อง ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ
โดยศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ด.4239/2556 และนัดชี้สองสถานเพื่อกำหนดวันนัดสืบพยานในวันที่ 23 ธ.ค.นี้เวลา 09.00 น.
ภายหลัง น.พ.ระวี ผู้ประสานงาน กปท. กล่าวว่า กองทัพธรรมและกลุ่ม กปท.ตัดสินใจยื่นฟ้องรัฐบาลเนื่องจากออก พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ที่อ้างเหตุว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเคยเป็นกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเรียบร้อย แต่ช่วงที่เริ่มชุมนุม ผู้ชุมนุมไม่เคยแสดงออกถึงความรุนแรงแต่อย่างใด ขณะที่ในการผู้ชุมนุมเราก็ประกาศอย่างชัดเจนว่า หากตำรวจพบบุคคลที่พกพาอาวุธ ก็สามารถจับกุมได้ทันทีเพราะถือว่าไม่ใช่กลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนที่รัฐบาลอ้างเรื่องการเยือนประเทศไทยของนายกรัฐมนตรีจีน กปท.ได้ประกาศชัดเจนว่ายินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาล โดยจะไม่ก่อความวุ่นวาย เหมือนกรณีความรุนแรงที่พัทยา เมื่อปี 2552 แต่รัฐบาลก็ยังประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ซึ่งถือว่าขัดขวางการใช้สิทธิ และปิดกั้นไม่ให้คนเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล และยังมีการห้ามการส่งน้ำ - อาหารให้ผู้ชุมนุม รวมทั้งไม่ให้รถสุขาเข้ามาในพื้นที่หน้าทำเนียบรัฐบาล จึงถือว่าเป็นการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ โดยมิชอบ เพราะการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ต้องมีเงื่อนไขที่ถูกต้อง ซึ่งการยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งครั้งนี้ ไม่ได้ขอให้ศาลไต่สวนเพื่อคุ้มครองชั่วคราวเพราะได้มีการออกจากพื้นที่การชุมนุมแล้ว แต่การยื่นฟ้องเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในการชุมนุมครั้งต่อๆ ไป





