วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชงครม.อนุมัติ3หมื่นล.สร้างเรือนจำทั่วปท.

ยุติธรรมชงครม.อนุมัติงบ 3 หมื่นล้านบาท สร้างเรือนจำใหม่ทั่วประเทศ 42 แห่ง

นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหารว่า กระทรวงยุติธรรมได้รับการร้องเรียนว่าการเรียกรับประโยชน์ในการย้ายผู้ต้องขังกลับภูมิลำเนาจึงได้กำชับไปกรมราชทัณฑ์ให้วางระเบียบและเปิดเผยหลักเกณฑ์การย้ายผู้ต้องขังกลับภูมิลำเนาให้ชัดเจนเพื่อลดข้อครหา โดยขอชี้แจงว่าในการย้ายกลับภูมิลำเนาผู้ต้องขังต้องมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ โดยเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นกลางขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ย้ายเว้นแต่เรือนจำในจังหวัดต่างๆ ไม่สามารถรองรับได้เนื่องจากแออัด ทั้งนี้กระทรวงเตรียมเสนอครม.อนุมัติงบประมาณก่อสร้างเรือนจำใหม่ทั้งประเทศจำนวน 42 แห่ง วงเงิน 30,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังเร่งผลักดันให้มีการออกกฎกระทรวงเพื่อพักการลงโทษ กับผู้ต้องขังที่รับโทษจำคุกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของโทษที่ได้รับและผู้ต้องขังชราเพื่อระบายผู้ต้องขังที่ปัจจุบันมีความแออัดมาก นอกจากนี้ยังต้องวางมาตรการในภาพรวมเพื่อลดจำนวนผู้ต้องขังที่ต้องเข้าสู่เรือนจำด้วย

พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า การพักการลงโทษเดิมจะเน้นการคุมขังผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ ถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำมั่นคงสูง โดยมักจะขังจนเกือบครบกำหนดโทษซึ่งผิดจากหลักการจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีคิด เพราะหากผู้ต้องขังประพฤติดีขึ้นและผ่านโปรแกรมการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องก็สมควรที่จะนำผู้ต้องขังที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลับสู่สังคมได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังต้องปรับเปลี่ยนวิธีจำแนกเพื่อให้เรือนจำความมั่นคงสูงใช้สำหรับคุมขังผู้ต้องขังรายพิเศษ หรือมีพฤติการณ์เป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ไม่ใช่จำแนกตามอัตราโทษ ซึ่งทำให้มีผู้ต้องขังคดีฉ้อโกงแต่กระทำความผิดหลายกระทงหลุดเข้าไปเป็นผู้ต้องขังอุกฉกรรจ์ด้วย ดังนั้น ในเรือนจำซุปเปอร์แมกที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่พร้อมกับเรือนจำใหม่ 42 แห่งที่จะเสนอครม. จะออกแบบระบบให้เรือนจำมีความมั่นคงสูง มีการวางระบบคัดผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า ระหว่างที่ยังไม่มีการก่อสร้างเรือนจำใหม่และเรือนจำซุปเปอร์แมกตนได้สั่งการไปยัง 17 เรือนจำที่มีการติดเครื่องตัดสัญญาณ 7 แห่ง และวางระบบป้องกันการสื่อสารอีก 10 แห่ง ให้คุมเข้มระบบควบคุมผู้ต้องขังไม่ให้มีพฤติการณ์ลักลอบติดต่อซื้อขายยาเสพติด โดยล่าสุดที่เรือนจำกลางเขาบิน จ. ราชบุรี เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุขว้างโทรศัพท์มือถือข้ามกำแพงไปให้ผู้ต้องขังในเรือนจำโดยส่งให้ตำรวจสอบสวนขยายผล ขณะที่เรือนจำกลางคลองไผ่ จ.นครราชสีมา พบว่ามีการนำเครื่องบินบังคับดัดแปลงขนโทรศัพท์มือถือพร้อมอุปกรณ์ส่งเข้าไปในเรือนจำบริเวณแดน 5 โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลาง เป็นเครื่องบินบังคับ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ที่ชาร์จโทรศัพท์ 6 อัน หูฟัง 6 ชิ้น บลูทูธ 1 เครื่อง ซิมการ์ด 35 ชิ้น และสายยูเอสบี 1 เส้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าระบบการควบคุมเข้มงวดจนผู้ต้องขังไม่สามารถลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าประตูเรือนจำได้จนต้องใช้วิธีนำเข้าผ่านกำแพง ทั้งนี้ ยังมีข้อสังเกตว่าเรือนจำกลางคลองไผ่ติดตั้งระบบตัดสัญญาณมือถือ แต่ยังมีการนำเข้าโทรศัพท์แสดงว่ายังมีช่องโหว่ที่สามารถทำให้ใช้สัญญาณได้ในบางจุด