คณิต ชี้ ถึงเวลาปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม อัด นักกฎหมายไทยกลัวการเมือง ชอบประจบประแจง
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดงานรำลึกและเชิดชูเกียรติ ครบรอบ 40 ปี 14 ตุลา ประชาธิปไตย โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา เป็นประธาน มีนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรส์ อ่านบทกวี 14 ตุลา ก่อนที่นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทย”
นายคณิต กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาของบ้านเมืองเราคล้ายกับการเล่นฟุตบอลที่มีสูตร 4-4-2 แต่ตนมองว่าปัญหาบ้านเมืองขณะนี้ เป็นไปตามสูตร 3-3-3 คือ 1.ปัญหากฎหมาย นักกฎหมาย และการเรียนการสอนกฎหมาย ซึ่งกฎหมายของไทยไม่ได้เสียหาย แต่เป็นที่นักกฎหมายที่มีปัญหาค่อนข้างมาก เพราะเราศึกษากฎหมายด้วยการจำสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่วิเคราะห์ว่ามีหลักเกณฑ์อะไรอยู่เบื้องหลังบ้าง 2.พฤติกรรมของคนในกระบวนการยุติธรรมบางคน ที่มีพฤติกรรมน่ารังเกียจ เช่น ทำงานสบาย กลัวผู้บังคับบัญชา
“ที่สำคัญคือกลัวการเมือง บางคนจะกลัวมาก ผมก็เคยโดนมาแล้ว แต่ผมไม่กลัว นอกจากนี้คนในกระบวนการยุติธรรม ยังมีพฤติกรรมประจบประแจง โดยเฉพาะประจบผู้บังคับบัญชาและหัวหน้าองค์กร”
นายคณิต กล่าวถึงปัญหาที่ 3 ว่ามีพฤติกรรมแย่ในกระบวนการยุติธรรม คือ ไร้ประสิทธิภาพ คุกคามสิทธิ และค่าใช้จ่ายสูง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง
นายคณิต กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หากกระบวนการยุติธรรมดีจะช่วยพัฒนาประเทศได้ทุกด้าน ทั้งนี้กระบวนการยุติธรรมที่ดีต้องมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย เป็นกระบวนการที่สามารถคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลได้ ซึ่งตัวอย่างคดีที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมส่วนใหญ่จะเกิดในต่างประเทศ เช่น คดีอดีตประธานาธิบดีเกาหลีกระโดดหน้าผาตาย หลังจากเกิดปัญหาเกี่ยวพันกับเรื่องทุจิรตคอร์รัปชั่น หรือแม้แต่รัฐมนตรีในประเทศอื่น ๆ ที่ลาออกเมื่อบริหารงานผิดพลาด ส่วนประเทศไทยเป็นอย่างไรทราบว่าทุกคนรู้กันอยู่
นายคณิต กล่าวว่า การดำเนินการในชั้นเจ้าพนักงานของไทยมีปัญหาไม่สามัคคีกัน ซึ่งต้องมีความเป็นเอกภาพ ทั้งนี้แทบทุกหน่วยงานที่อยู่ในองค์กรกระบวนการยุติธรรมขาดความน่าเชื่อถือ ความศรัทธา ของประชาชน ทำให้ด้อยลงเรื่อยๆ
“ปัจจุบันเรากินบุญเก่าอยู่ ถ้าเราไม่สร้างสิ่งใหม่อีกหน่อยบุญจะหมดไปแล้วจะทำอย่างไร ผมมองว่าการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ต้องทำต่อไปในอนาคต คือ การปฏิรูปศาล ศาลชั้นอุทธรณ์ หากยังมีต้องให้เป็นศาลพิจารณา ส่วนศาลฎีกาต้องเป็นศาลทบทวนข้อกฎหมาย การทำความเข้าใจแก่บุคลากรในองค์กรในกระบวนการยุติธรรม เนื้อหาของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ได้ทำมาแล้ว และจะทำต่อไป ที่สำคัญคือการสร้างความเข้าใจกระบวนการยุติธรรมแก่ประชาชน เพื่อให้ความรับผิดชอบต่อประชาชนเกิดขึ้น” นายคณิต กล่าว


