"กอ.รมน."เล็งใช้มาตรการเข้มป้องบึ้มใต้ ด้านสมช.เผยยังไม่ได้ข้อสรุปตอบข้อเสนอบีอาร์เอ็น คุยสันติภาพเลื่อน
พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าประชาสัมพันธ์ส่วนประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและประธานอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพล.ต.สุรชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ภาคใต้รอบสัปดาห์ที่ผ่าน การก่อเหตุมีความรุนแรงมากเป็นพิเศษ ทั้งการลอบวางระเบิด และการลอบวางเพลิงในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกันในช่วง 8 - 9 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อก่อกวนสร้างความปั่นป่วน แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรง ขอประชาชนอย่าตกใจ ซึ่งจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ภายใต้การเมืองนำการทหารนั้น โดยเฉพาะโครงการพาคนกลับบ้านมีผู้ก่อเหตุและแนวร่วมมารายงานตัว กับเจ้าหน้าที่เพิ่มมากขึ้น แสดงให้เห็นว่า ผู้ก่อเหตุเข้าใจเจ้าหน้าที่มาขึ้นส่งผลให้พื้นที่การก่อเหตุความรุนแรงลดลง และรัฐบาลเตรียมประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ด้านพ.อ.หญิงรภัสกุล รอดทิพย์ รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่มีผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดจำนวนมาก และมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในปีงบประมาณ 2556 มีการทำลายวัตถุระเบิดไป 126 ครั้ง ตรวจพบ187 หลุม เก็บกู้ได้ 18 ครั้ง โดยในปีงบประมาณปี 57 จะมีการปรับโครงสร้างกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะมีการตั้งศูนย์ควบคุมการต่อต้านวัตถุระเบิด ซึ่งจะขึ้นตรงกับกอ.รมนภาค 4ส่วนหน้า โดยศูนย์ดังกล่าวจะบรรจุเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิด และจะรวบรวมข้อมูล สถานที่ที่ต้องสงสัยว่า จะมีวัตถุระเบิด รวมถึงพฤติกรรมบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบวัตถุระเบิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้นำเข้า โดยศูนย์ควบคุมการต่อต้านวัตถุระเบิดจะมีหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน รายงานวัตถุระเบิด เพื่อเป็นหลักฐานประกอบพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะตั้งอยู่ที่กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา เพราะมีความพร้อมทางกำลังพลและเครื่องมือ
พ.อ.จรูญ อำภา ที่ปรึกษาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า สาเหตุของการเลื่อนการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นจากวันที่ 20 ต.ค.ออกไปนั้น เพื่อความรอบคอบ เพราะต้องศึกษารายละเอียดก่อนให้คำตอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตกผลึก ซึ่งยังมีบางหน่วยงานที่พิจารณาไม่เสร็จสิ้น โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มอำนวยความยุติธรรมเพราะต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ถ่องแท้ เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ซึ่งการดำเนินการพิจารณาต้องพิจารณากฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับกฎหมายไทย เพื่อไม่ให้กลุ่มบีอาร์เอ็นนำช่องว่างของกฎหมายไปใช้ประโยชน์ จึงต้องให้โอกาสและเวลาในการศึกษาข้อมูลอย่างเต็มที่ หากมีความพร้อมทางเลขาสมช.จะส่งสัญญาณผ่านพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปก.กปต.ซึ่งอาจจะเรียกประชุมหลังวันที่ 20 ต.ค.นี้หรืออาจเป็นสัปดาห์หน้า เพื่อหาข้อยุติในข้อเสนอของบีอาร์เอ็นว่า จะตอบเขาอย่างไร และข้อใดที่ต้องนำไปเป็นการบ้านเพื่อพูดคุยครั้งต่อไป ซึ่งฝ่ายไทยที่เตรียมการพูดคุย คือ การลดเหตุความรุนแรง และการหากลุ่มผู้ก่อเหตุ นอกจากนี้เตรียมตั้งคำถามถึงอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมที่ทุกชาติศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่เหตุใดคนไทยพุทธ ถึงโดนกระทำตลอด ซึ่งทางบีอาร์เอ็นต้องตอบเรื่องนี้กับเรา ถ้าต้องการสร้างสันติสุขร่วมกัน
ด้านนายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงถึงการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ตลอดจนข้อเสนอทั้ง 5 ข้อ ให้กับสถานทูตประเทศอิสลามได้เข้าใจ ซึ่งในเดือนพ.ย.นี้ จะมีการประชุมองค์การมุสลิมโลก(โอไอซี) โดยต้องติดตามปฏิกริยาของเขาต่อการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็นด้วย





