อัยการสั่งไม่ฟ้อง "ทักษิณ"ก่อการร้าย ชี้โฟนอินแค่เรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ได้ยุให้ทำผิดกฎหมาย ระบุเหตุวุ่นวายเพราะใช้กำลังทหารกดดัน
นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดคนใหม่ เปิดเผยว่าในคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกับแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) รวม 24 คน กระทำผิดก่อการร้ายโดยกระทำนั้นเกิดขึ้นภายนอกราชอาณาจักร ในการชุนนุม ของ นปช. เมื่อปี 2553 ว่า นั้น นายจุลสิงห์ วสันต์สิงห์ อดีตอัยการสูงสุด ได้พิจารณาพฤติการณ์แล้วมีคำสั่งไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ตามความเห็นของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เสนอมา เนื่องจากเห็นว่าขณะเกิดเหตุ พ.ต.ท.ทักษิณ พำนักอยู่ในต่างประเทศ ขณะที่การการวีดีลิงค์โฟนอิน เข้ามายังเวทีปราศรัยของ ในพื้นที่ต่างๆนั้น มีเนื้อหาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ต้องการให้ยุบสภา และโจมตีการทำงานของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
"คำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เรียกร้องให้ผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายในการเผาศาลากลางจังหวัด สถานทูต สถานกงสุล หรือยุยุงให้ล้มล้างรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเกิดเหตุรุนแรงที่แยกราชประสงค์ก็เนื่องจากรัฐบาลใช้กำลังทหารเข้ากดดันกระชับพื้นที่และปิดล้อมโดยใช้รถยานเกราะและอาวุธสงครามขับไล่สลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก การที่กลุ่มประท้วงได้กระจายไปตามต่างจังหวัดและมีการวางเพลิงเผาสถานที่ราชการ ศาลากลางจังหวัด 4 แห่ง หรือมีผู้ก่อความไม่สงบวางระเบิดหรือยิงอาวุธปืนร้ายแรงเข้าไปในพื้นที่ธนาคารหรือสถานที่ราชการต่างๆ นั้น ไม่มีข้อเท็จจริงเชื่อมโยงว่าเกิดจากการยุยุงสนับสนุนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ต้องหาที่ 1 ดังนั้นพยานหลักฐานจึงยังไม่พอรับฟังได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ร่วมกัน หรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิด หรือสนับสนุนให้มีการกระทำผิดฐานก่อการร้าย โดยความเห็นดังกล่าวเป็นความเห็นของดีเอสไอและคณะทำงานอัยการที่เห็นพ้องกัน และเมื่อเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นอำนาจอัยการสูงสุดในการสั่งคดี ดังนั้นเมื่อมีความเห็นแล้วว่าสั่งไม่ฟ้องแล้ว ถือว่าเป็นเด็ดขาดและสิ้นสุดแล้วตามกฎหมาย สำหรับคดีดังกล่าวดีเอสไอได้ส่งเรื่องให้อัยการเพียงแค่ข้อหาเดียว ดังนั้น จึงถือว่าสิ้นสุด"นายนันทศักดิ์กล่าว


