ส.ศิวรักษ์โพสต์เฟซบุ๊คถวายถวายฎีกาขอเลื่อนสมณศักดิ์ "ป.อ.ปยุตโต"
นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม โพสต์เฟซบุ๊กถวายฎีกาถึงในหลวง โดยระบุให้ ราชเลขาธิการหรือองคมนตรี กราบบังคมทูลพระกรุณา สถาปนาพระพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตโต) เจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม ให้ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ แทนตำแหน่งที่ว่างลง พร้อมระบุว่าขณะนี้ ไม่มีพระมหาเถระชั้นหิรัณยบุตร ที่เหมาะสมเท่าพระพรหมคุณาภรณ์แล้ว
"เนื่องในวโรกาส ฉลองพระชันษาครบศตวรรษของสมเด็จพระญาณสังวร องค์สกลมหาสังฆปริณายกนั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระราชาคณะขึ้นใหม่ 2 รูป เพื่อทรงบูชาเจ้าพระคุณสมเด็จ ซึ่งเคยเป็นพระอภิบาลพระองค์ท่านมาแต่สมัยทรงผนวช และทรงเป็นกัลยาณมิตรของพระองค์ท่านตลอดมา โดยทรงเคารพสักการะเจ้าพระคุณสมเด็จเป็นอย่างยิ่ง รูปหนึ่งที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับราชทินนามว่าพระศากยวงศ์วิสุทธิ์ โดยที่พระคุณเจ้ารูปนี้เป็นพระภิกษุชาวเนปาล ซึ่งสืบเชื้อสายศากยวงศ์มาแต่พระบรมศาสดา ซึ่งมีพระประสูติกาลที่ประเทศนั้น และท่านองค์นี้เป็นสัทธิวิหาริกของเจ้าพระคุณสมเด็จ โดยได้รับใช้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมาตลอด และเมื่อโปรดให้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในประเทศอังกฤษนั้นเล่า ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ อีกรูปที่วัดเทวสังฆารามอันเป็นวัดมหานิกายต้นสังกัดเดิมของเจ้าพระคุณสมเด็จ ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยเจ้าอาวาสวัดนั้นได้รับราชทินนามว่า พระกิติสุวัฒนาภรณ์ เพื่อเฉลิมพระสมณฉายาของเจ้าพระคุณสมเด็จ
หากเจ้าพระคุณทรงทราบได้โดยญาณวิถีใด ก็ย่อมจะต้องทรงอนุโมทนา และถวายพระราชกุศลด้วยพระปิติสุข โดยที่กุศลกิจครั้งนี้จะเกิดขึ้นจากความดำริริเริ่มของกรรมการมหาเถรสมาคมก็หาไม่ บัดนี้ มส. ปราศจากทัศนวิสัยที่กว้างไกลในทางทำนุบำรุงพระศาสนา หรือเพื่อเอื้ออาทรต่อพระบรมวงศานุวงศ์และพสกนิกรเสียแล้ว อะไรๆที่ปรากฏออกมาจาก มส.ดูจะเป็นเรื่องที่แสดงความเห็นแก่ตัว มัวเมาในยศศักดิ์อัครฐาน ทั้งยังเกลือกกลั้วไปด้วยอลัชชีไว้อย่างน่าสังเวช แล้วจะให้ไปชำระอธิกรณ์ของพระเณรได้อย่างไร การตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์ก็เป็นเรื่องของพวกตัว หาไม่ก็ต้องใช้การติดสินบนกันอย่างเลวร้ายไปกว่าข้าราชการในบางแวดวงเสียอีกด้วย
โดยที่บัดนี้ ตำแหน่งสมเด็จพระราชาคณะว่างลง จากการมรณภาพของสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ กรรมการ มส. บางรูปได้วิ่งเต้นวางแผนกันชิงตำแหน่งดังกล่าวอย่างปราศจากหิริโอตตัปปะใดๆสิ้น มิไยต้องเอ่ยถึงว่าผิดสมณสารูปอย่างไร ก็การตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์นั้น วรมุ่งที่ผู้ซึ่งทรงศีลาจารวัตรและคุณวิเศษ ในทางสุตมยปัญญา ยิ่งกว่าการยกย่องเชิดชูผู้ที่มีแต่ความกึ่งดิบกึ่งดี ที่ตีโวหารอวดอำนาจวาสนาในทางไสยเวทวิทยาหรือสยบยอมอยู่กับทุนนิยมและบริโภคนิยม
ว่าไปทำไมมี ในบรรดาพระมหาเถระชั้นหิรัณยบัตร ในบัดนี้ ที่ทรงคุณวิเศษยิ่งกว่าใครๆ แม้จะอาพาธและห่างไกลแวดวงแห่งอำนาจ ก็มีอยู่รูปเดียวคือ พระพรหมคุณาภรณ์ ซึ่งเป็นสามเณรเปรียญเอกอุรูปแรก ที่พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์โปรดให้อุปสมบทในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และดำรงพรหมจรรย์อยู่ตราบจนปัจจุบัน โดยที่พระคุณท่านมั่นคงในพระธรรมวินัย ทั้งยังเปรื่องปราดสามารถในทางวิชาความรู้อย่างเป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศ อย่างหาผู้เสมอมิได้ ทั้งองค์พระสังฆบิดรก็ทรงยกย่องเชิดชูพระคุณท่านมาแต่ก่อนได้รับสมณศักดิ์และก็ทรงประกาศคุณงามความสามารถของท่านรูปนี้ให้ปรากฏในโอกาสต่างๆตลอดมา ถ้าทรงแสดงออกได้ทางพระวจีกรรม ย่อมต้องทรงเสนอให้พระคุณเจ้ารูปนี้ได้เป็นสมเด็จพระราชาคณะอย่างแน่นอน แต่ มส. หาสนใจในแนวทางอันเป็นอุปายโกศลดังกล่าวไม่
ราชเลขาธิการหรือองคมนตรีที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม น่าจะกราบบังคมทูลพระกรุณา ให้โปรดสถาปนาพระคุณเจ้ารูปนี้เป็นสมเด็จพระราชาคณะในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษาที่จะถึงนี้ โดยไม่ต้องรอคอยการปลงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ก็ยังได้ โดยจะโปรดให้ได้รับราชทินนามใหม่ก็ยังได้ด้วยซ้ำไป เช่นให้เป็นสมเด็จพระสุวัฒนานุคุณ ตามพระสมณสัญญาของเจ้าพระคุณสมเด็จ หรือสมเด็จพระญาณวโรดม แทนท่านที่เพิ่งมรณภาพไป หาไม่ก็เป็นเสมเด็จพระสิริมังคลาจารย์ เพื่อเชิดชูพระมหาเถระไทยที่ยอดเยี่ยมในทางพระบาลีมาแต่สมัยเชียงใหม่โน้น ยังราชทินนามพิมลธรรมเล่า ก็เก่าแก่มาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่น่าจะให้ปลาสนาการไป ขยับให้ราชทินนามนี้เป็นชั้นสมเด็จพระราชาคณะก็ยังได้
พระคุณเจ้ารูปนี้ไม่ไยดีกับลาภยศ แต่การสถาปนาพระผู้มีศีลาจรวัตร และไม่หวั่นไหวไปกับโลกธรรม ย่อมเป็นพระราชสิริและเป็นศรีกับพระศาสนา ซึ่งกำลังเสื่อมถอยและคลอนแคลน ทั้งยังเป็นกำลังใจให้พสกนิกรมีความหวังในทางคุณงามความดี ซึ่งย่อมจะพากันจงรักภักดีในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทยิ่งๆขึ้นสืบต่อไป
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ส.ศิวรักษ์
ป.ล. การถวายฎีกาฉบับนี้ ใช้สื่อสารอย่างนี้ ก็น่าจะได้ ใครมีปฏิกิริยาอย่างไร ขอให้ออกความเห็นออกมา เชื่อว่าถึงพระเนตรพระกรรณ เราต้องเข้าใจว่าในหลวงทรงรับฟังทัศนคติของพสกนิกร และทรงมีพระหทัยกว้างขวาง ทั้งยังทรงกล้าตัดสินพระทัย ในขณะที่คนที่อ้างตัวว่าเป็นชนชั้นบนมักไม่กล้าเสี่ยงในทางใดๆกันเอาเลย ดังการเสด็จฯไปประทับที่พระราชวังไกลกังวล ก็ทรงตัดสินพระหฤทัยเอง หากรอหมอหลวงแล้ว คงยังต้องประทับที่ศิริราชต่อไปอยู่นั่นเอง





