"พล.ต.ต.ปิยะ"แจงประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง เนื่องจากกลุ่มบุคคลปลุกระดม ขัดขวางบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลและจะยึดทำเนียบฯ
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะผอ.ศอ.รส. ได้เชิญผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาประชุมเพื่อหารือและรับทราบแนวทางปฎิบัติเกี่ยวการชุมนุม ณ ศปก.ตร. อาคาร 1 ชั้น 20 ตร. ซึ่ง ผอ.ศอ.รส.ได้ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นในการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯระหว่างวันที่ 9 - 18 ต.ค. 2556 จำนวน 3 เขต คือ เขตดุสิต, เขตป้อมปราบ และเขตพระนครฯ เพื่อเป็นแนวทางปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้ เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลแสดงออกถึงเจตนารมณ์ในการปลุกระดม เพื่อขัดขวางการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ประกอบกับได้มีการกระทำที่ละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย โดยได้มีการจับกุมผู้พกพาอาวุธปืน อาวุธมีด และอุปกรณ์อื่นที่ใช้เป็นอาวุธได้อยู่ในพื้นที่ชุมนุม นอกจากนี้ยังมีข้อมูลข่าวสารว่า มีการตระเตรียมการชุมนุมยืดเยื้อเป็นเวลานาน และจะยึดพื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาลและใกล้เคียง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการ และรับรองแขกสำคัญจากต่างประเทศ ประการสำคัญ อาจมีผู้ไม่หวังดีก่อเหตุระหว่างการชุมนุมเพื่อหวังผลสร้างสถานการณ์ให้รุนแรง และอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ หากไม่มีมาตรการป้องกันและควบคุมอย่างเหมาะสมอาจทำให้สถานการณ์ขยายลุกลามจนเกิดความรุนแรงเกิดผลเสียหายต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการบริหารราชการแผ่นดิน
พล.ต.ตปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวนั้น ถือเป็นกฎหมายที่ป้องกันเหตุ ซึ่ง ผอ.ศอ.รส. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ใช้ความอดทนในการปฎิบัติหน้าที่ โดยยึดหลักเมตตาธรรม นิติธรรม และหลักประชาธิปไตย ให้ตำรวจพึงระลึกถึงและยึดถือรัฐธรรมนูญ โดยตำรวจมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายกลับไปสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รัฐบาลมีกำหนดการต้อนรับการเเนทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน และสภาอยู่ระหว่างสมัยประชุมสามัญทั่วไป เพื่อพิจารณากฏหมายที่สำคัญและปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อันเป็นการดำเนินการตามกระบวนทางการประชาธิปไตย แต่ปรากฏข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนว่า มีกลุ่มบุคคลหลายหลาก กลุ่มประกาศชุมนุมประท้วง เพื่อหวังผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มีเป้าหมายสำคัญ คือ การล้มล้างรัฐบาลและขัดขวางการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งการชุมนุมของกลุ่มบุคตลเหล่านี้ มีแนวโน้มจะระดมมวลชนเข้าร่วมจำนวนมาก และอาจชุมนุมยืดเยื้อ รวมทั้งอาจลุกลามไปถึงการยึดพื้นที่สำคัญใน กรุงเพทฯ หรืออาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดี ก่อนเหตุแทรกซ้อน เและสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง เพื่อให้สามารถป้องกันควบคุม แก้ไขสถานการณ์ ในพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์ ผลกระทบต่อความมั่นคงภายใน ไม่ให้เกิดความเดือดร้อนหรืออันตรายต่อประชาชน และผู้นำจากต่างประเทศรวมทั้งสมาชิกรัฐสภาสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นการป้องกันและป้องปรามภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นต่อสาธารณชน หากเกิดขึ้นแล้วอาจไม่สามารถแก้ไขได้ หรือ ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง อีกทั้งไม่ให้ความเคลื่อนไหวของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลมีความหลายหลาก รวดเร็ว สามารถขยายตัวจนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิติบัญญัติ ระบบบริหารราชการแผ่นดิน และความงบเรียบร้อยในประเทศ สมควรประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบตอความมั่งคงในราชอาณาจักร และมอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกันปราบปราม ระงับยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตามนัยมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจกร พ.ศ.2551 ในเขตพื้นที่ เฉพาะแขวงดุสิต และแขวงจิตรลดา เขตพระนคร เฉพาะแขวงพระบรมมหาราชวัง แขวงตลาดยอด แขวงบวรนิเวศ แขวงบ้านพานถม และแขวงบางขุนพรหม และเขตป้อมปราบศัครูพ่าย เฉพาะแขวงวัดโสมนัส กรุงเทพฯ มีกำหนด 10 วันระหว่างวันที่ 9-18 ต.ค.56 ส่วนแกนนำ 5 คนที่ติดเงื่อนไขประกันตัวนั้นหากพบว่ามีการยั่วยุเจ้าหน้าที่จีบตามองและเข้าควบคุมตัวได่ทันที





