ลุ้นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เลือกบุคคลเสนอเป็นกกต.อีกรอบ หลังเลือกแล้วผู้พิพากษาร่วมสรรหาได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์กึ่งหนึ่ง
นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานที่ประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกา เพื่อพิจารณาสรรหาบุคคลที่สมควรถูกเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เหลืออีก 1 คน หลังจากเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาลงคะแนนลับ เลือกนายศุภชัย สมเจริญ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกามาเป็นบุคคลที่สมควรถูกเสนอชื่อเป็น กกต. เพื่อเสนอ ส.ว.พิจารณาเห็นชอบตามกฎหมาแล้ว 1 คน
โดยการประชุมใหญ่วันนี้ มีผู้พิพากษาในศาลฎีกาเข้าประชุมทั้งสิ้น 149 คน ขณะที่การลงคะแนนสรรหาครั้งนี้ มีชื่อผู้ร่วมสรรหาทั้งสิ้น 5 ราย ประกอบด้วยสายตุลาการ 4 คน ได้แก่ นางเปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ , นายพิชิต คำแฝง อดีตรองประธานศาลฎีกา , ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล อดีตรองประธานศาลฎีกา และนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ มีบุคคลภายนอก 1คน คือ นายพิมล พูพิพิธ อดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งการลงคะแนนนั้น จะใช้วิธีการลงคะแนนลับโดยให้ผู้พิพากษาที่เข้าประชุมแต่ละคนมีสิทธิลงคะแนนเลือกบุคคลที่เสนอชื่อร่วมสรรหาได้ในรอบแรกไม่เกิน 4 คน ก็ปรากฏว่ารอบนี้ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกมา 4 คน ได้แก่ นางเปรมใจ , นายพิชิต , ม.ล.ฤทธิเทพ และนายธีรวัฒน์
ขณะที่พิจารณาเลือกรอบที่ 2 เพื่อคัดจาก 4 คนเลือกให้ได้ 1 คนที่ยึดเกณฑ์ว่าบุคคลนั้นต้องได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้พิพากษาที่เข้าประชุมนั้น กลับปรากฏว่าในจำนวน 4 คนไม่มีใครได้รับคะแนนถึงกึ่งหนึ่งตามเกณฑ์ จึงทำให้ยังไม่สามารถคัดเลือกบุคคลที่สมควรถูกเสนอชื่อเป็น กกต.ได้ภายในวันนี้ทั้งนี้จะมีการกำหนดนัดประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสรรหาบุคคลเสนอเป็น กกต.ต่อไปอีกครั้ง
นางเปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ หนึ่งผู้ร่วมสรรหา กกต.ถึง 2 ครั้ง กล่าวว่า ในการลงคะแนนเลือกวันนี้ตนก็ยังได้รับคะแนนเสียงไม่ถึงเกณฑ์กึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ท้อและตั้งใจจะลงสมัครสรรหาอีกในครั้งที่ 3 เพราะคิดว่าเรามีความตั้งใจที่จะทำงาน ที่ผ่านมาการเป็นผู้พิพากษาก็ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่เคยกระทำเรื่องอะไรที่เสื่อมเสีย เพียงแต่การลงสมัครสรรหาไม่เหมือนการสอบที่แค่ว่าอ่านหนังสือแล้วจะสอบผ่าน การสรรหาเป็นเรื่องของบุคคลอื่นเห็นว่าเราเหมาะสมจึงเลือกเรา ดังนั้นเมื่อตนตั้งใจแล้ว ก็ยังจะขอเสนอตัวให้เลือกในครั้งต่อไป ขณะที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกายังไม่ได้มีการกำหนดว่าจะเลือกอีกครั้งเมื่อใด


