วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ตีกลับวาระแก้สินบนนำจับของกรมศุลฯ

ครม.ตีกลับวาระแก้สินบนนำจับของกรมศุลฯ "กิตติรัตน์"ห่วงยังมี "ช่องโหว่" เอื้อทุจริตคอร์รัปชัน เล็งหั่นรางวัลนำจับจาก 30% เหลือ 15%

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าในการประชุมครม.วานนี้ (8 ต.ค.) มีการตีกลับหรือให้กลับไปทบทวนในส่วนของวาระที่คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 1 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) ขอความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...โดยให้กระทรวงการคลังรับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นเกี่ยวกับนโยบายการกำหนดเงินสินบนและรางวัลไปประกอบการพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาในภาพรวมตามกฎหมายที่มีการกำหนดเรื่องเงินสินบนและรางวัลทั้งหมดเพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งเพื่อแสวงหาประโยชน์ในเรื่องเงินสินบนและรางวัล พร้อมทั้งพิจารณาว่ากฎหมายใดควรมีการกำหนดเรื่องเงินสินบนหรือรางวัลหรือไม่อย่างไร โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อประเทศและความเป็นธรรมแก่ผู้ปฏิบัติงาน

สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยศุลกากร เกี่ยวกับการยกเลิกอำนาจของอธิบดีในการกำหนดราคาศุลกากรของของที่ราคาสำแดงของของที่นำเข้าต่ำอย่างปรากฏชัดหรือไม่น่าจะเป็นมูลค่าอันแท้จริง แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรายงานเรือเข้าและการรายงานเรือออกให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล แก้ไขเพิ่มเติมอัตราและหลักเกณฑ์การจ่ายเงินสินบนและรางวัล และแก้ไขเพิ่มเติมหลักการและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรายงานอากาศยานเข้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า สำหรับวาระดังกล่าวนั้น นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้บังคับบัญชาของกรมศุลกากรโดยตรงแสดงความกังวลกับเรื่องรางวัลนำจับอย่างมาก เพราะเชื่อว่ายังเอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะมีส่วนแบ่งรางวัลนำจับมากถึง 30% ของมูลค่าสิ่งที่จับกุมได้ จึงทำให้จ้องที่จะจับกุมเฉพาะรายใหญ่ๆที่มีมูลค่าสูงเท่านั้น จึงอยากให้ลดรางวัลนำจับลงมาเหลือ 15% ก็พอ แต่ทั้งนี้นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แนะนำว่าหากต้องการแก้ไขจริงก็ต้องนำเรื่องกลับเข้าไปพิจารณาในคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอครม.อีกครั้ง ครม.ไม่ควรพิจารณาสิ่งที่สวนทางกับสิ่งที่คณะกรรมการกลั่นกรองเสนอมา