วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ที่ประชุมศาลฎีกาลงคะแนนลับเลือกกกต.พรุ่งนี้

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานัดลงคะแนนลับ เลือกผู้สมควรถูกเสนอชื่อเป็นกกต.ที่เหลืออีก1คน พรุ่งนี้( 9 ต.ค.)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา จะเรียกประชุมผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด เพื่อประชุมใหญ่ศาลฎีกา พิจารณาสรรหาบุคคลที่สมควรถูกเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แทนชุดปัจจุบันที่ได้ครบวาระลงแล้ว ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมศาลฎีกา สนามหลวง ซึ่งการสรรหาจะใช้วิธีลงคะแนนลับเช่นเดียวกับการสรรหาครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้พิพากษาที่คาดว่ามีสิทธิเข้าร่วมประชุมและออกเสียงในครั้งนี้จะอยู่ที่ 157 คน

โดยก่อนหน้านี้วันที่ 30 ก.ย.ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ลงคะแนนเลือกนายศุภชัย สมเจริญ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ได้รับเลือกเป็นบุคคลที่สมควรถูกเสนอชื่อให้ ส.ว.พิจารณาเห็นชอบเป็นกกต. เพียงคนเดียว จากจำนวนที่ต้องเลือกให้ได้ 2 คน ซึ่งวันพรุ่งนี้ (9 ต.ค.) จะต้องเลือกบุคคลที่สมควรถูกเสนอชื่อให้เป็นกกต.อีก 1 คน โดยครั้งนี้มีผู้ที่ถูกเสนอชื่อต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อสรรหาทั้งสิ้น 5 คน ซึ่งเป็นบุคคลเดิมในสายตุลาการที่เคยถูกเสนอชื่อในครั้งแรก 4 คน ได้แก่ นางเปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา , นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ , นายพิชิต คำแฝง อดีตรองประธานศาลฎีกา , ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล อดีตรองประธานศาลฎีกา และมีบุคคลภายนอกที่ถูกเสนอชื่อเข้ามาใหม่เพียงคนเดียว คือ นายพิมล พูพิพิธ อดีตคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเคยเป็นผู้ลงนาม อนุมัติดุษฎีนิพนธ์ปริญญาเอก ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

ขณะที่การสรรหาคาดว่าบุคคลที่จะถูกเลือกยังน่าจะมาจากสายตุลาการ โดยครั้งนี้นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม อดีตประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ที่ได้รับคะแนนสูงสุดแต่เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งตามเกณฑ์ในการเลือกครั้งแรก ได้ถอนตัวไป จึงทำให้ต้องจับตาดูกลุ่มตุลาการที่เคยลงสมัครและได้รับคะแนนเสียงแต่ไม่ถึงเกณฑ์ในการเลือกครั้งแรกว่าอาจจะมีสิทธิ์ลุ้นได้รับเลือกในครั้งนี้ โดยผู้ที่ถูกจับตาได้แก่ นางเปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ ภรรยานายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ อดีตตุลาการรัฐธรรมนูญ พิจารณาคดียุบพรรคไทยรักไทย , นายพิชิต คำแฝง ผู้ที่เคยเป็นหนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา ตกเป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเคยได้รับการลงคะแนนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่คัดเลือกผู้พิพากษาศาลฎีกาจำนวน 5 คน ไปทำหน้าที่เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรค โดยนายพิชิต ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 5 เท่ากับนายนุรักษ์ มาประณีต จึงต้องคัดให้เหลือเพียงคนเดียว รวมทั้งยังเป็นหนึ่งในองค์คณะพิจารณาคดีที่นายวีระ มุสิกพงศ์ สมัยดำรงตำแหน่งรมช.มหาดไทย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เมื่อปี 2531 ซึ่งนายพิชิต เคยมีข่าวว่าจะได้รับคะแนนเสียงจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาในกลุ่มผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นอกจากนี้ยังมีชื่อของ ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล หนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างน้อย 8-1 ที่เห็นว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความผิด กรณีออกนโยบาย 5 มาตรการเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจตัวเอง ในคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งทั้งนายพิชิต และม.ล.ฤทธิเทพ มีดีกรีดำรงตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหารในตำแหน่งรองประธานศาลฎีกามาแล้ว