วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปาปัว'ชวนไทยลงทุนพลังงาน-ก๊าซธรรมชาติ

โฆษกรัฐบาลเผย"ปาปัวนิวกินี "ต้องการขยายการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในปาปัวนิวกินีเพิ่มมากขึ้น เชิญไทยลงทุนด้านพลังงานและก๊าซธรรมชาติ

นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พบหารือกับนายปีเตอร์ โอนีล นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐเอกราชปาปัวนิวกีนี ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่โรงแรมโซฟิเทล บาหลี อินโดนีเซีย

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีอีกครั้ง หลังจากที่ได้เยือนปาปัวนิวกินีอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกีนีขอบคุณไทยที่สนับสนุนการที่ปาปัวนิวกินีประกาศเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุมเอเปคในปี 2018 นอกจากนี้ได้ขอบคุณการลงทุนของนักธุรกิจไทยในปาปัวนิวกีนี โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจการประมง รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของปาปัวนิวกินีให้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

"นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีได้ขอให้ไทยเป็นผู้ประสานงานกับสมาคมประชาชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน เพื่อจะได้ขยายการค้าระหว่างปาปัวนิวกินีและอาเซียนให้มากขึ้น ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาในรายละเอียดถึงอุตสาหกรรมที่จะส่งเสริมร่วมกันระหว่างปาปัวนิวกินีกับอาเซียน รวมถึงการจัดการประชุมร่วมกันในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป " โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ นายธีรัตถ์ ยังได้เปิดเผยว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกีนี มีความต้องการขยายการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในปาปัวนิวกินีเพิ่มมากขึ้น จึงขอเชิญให้บริษัทจากประเทศไทยมีส่วนร่วมในการลงทุนด้านพลังงานและก๊าซธรรมชาติ โดยจะส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียมเดินทางเพื่อหารือในรายละเอียดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไทยเพิ่มเติม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เชิญนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีเข้าร่วมการประชุมสุดยอด ITU (International Telecommunication Union) ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีตอบรับคำเชิญที่จะเดินทางมาร่วมประชุมในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาสถานที่เพื่อเปิดสถานเอกอัครราชทูตปาปัวนิวกินีในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณรัฐบาลปาปัวนิวกินีที่ดูแลแรงงานไทยจำนวนประมาณ 1,700 คนในปาปัวนิวกินีเป็นอย่างดี รวมถึงหวังว่าจะได้มีโอกาสต้อนรับนายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีและหารือทวิภาคีร่วมกันที่ประเทศไทยต่อไป