อัยการสูงสุดแถลงนโยบายปี57สั่งคดีรวดเร็ว คดี"ทักษิณ"ก่อการร้าย อดีตอัยการสูงสุดสั่งฟ้องบางข้อหา และไม่สั่งฟ้องบางข้อหา
นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด ได้แถลงนโยบายสำนักงานอัยการสูงสุดปี 2557 ภายหลังรับตำแหน่งอัยการสูงสุดคนที่ 11 เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า มีนโยบาย 2 ส่วน คือนโยบายเพื่อประชาชนและนโยบายเพื่อพัฒนาองค์กรที่จะทำงานในเชิงรุก โดยนโยบายประชาชน ด้านการสั่งคดีจะยึดหลัก ทำงานอย่างมืออาชีพ รวดเร็ว เที่ยงธรรม และเปิดเผย ซึ่งการสั่งคดีของอัยการสูงสุดและพนักงานอัยการต้องเป็นไปโดยอิสระ สุจริต สร้างความศรัทธาให้กับประชาชน สังคม และหน่วยงานของรัฐและเอกชนว่าอัยการจะเป็นกลาง เปรียบเสมือนการก้าวเดินอยู่บนขอบเหรียญที่จะตั้งตรงไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง และเป็นที่พึ่งทางกฎหมายได้อย่างแท้จริง ซึ่งแม้แต่ประชาชนที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถร้องเรียนผ่านการสื่อสารทุกช่องทางทั้งวิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ ที่สำนักงานอัยการสูงสุดจัดให้มีไว้ได้ ขณะที่การสั่งคดีจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ ตรวจสอบได้ทุกเรื่อง โดยคู่ความเองสามารถขอทราบถึงคำสั่งและความเห็นของอัยการ ส่วนประชาชนทั่วไปก็สามารถที่จะรับรู้ได้ในข้อมูล ตราบที่ข้อมูลนั้นไม่ใช่ส่วนที่จะไปกระทบสิทธิหรือละเมิดสิทธิของผู้ที่ถูกกล่าวหาในคดี และไม่กระทบต่อรูปคดีของอัยการ โดยในวันที่ 10 ต.ค.นี้ตนได้เตรียมตั้งทีมโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อคอยตอบข้อซักถามต่าง ๆ ของสื่อมวลชน และชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงการติดตามข้อมูลคดีสำคัญและเป็นที่สนใจของประชาชน
ภายหลังการแถลงนโยบาย นายอรรถพล กล่าวถึงกรณีการสั่งคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นผู้ต้องหา คดีก่อการร้าย ร่วมกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ว่า นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อดีตอัยการสูงสุด ได้มีความเห็นสั่งฟ้องบางข้อหา และไม่สั่งฟ้องบางข้อหาแล้ว แต่ยังไม่ทราบในรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งขณะนี้ให้อัยการที่เกี่ยวข้องรวบรวมเอกสารตรวจดูข้อมูลอยู่ ส่วนการติดตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะดำเนินการได้รวดเร็วเพียงใด แต่ยืนยันว่าการสั่งคดีอาญาของอัยการไม่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การสั่งคดีของอัยการนั้นจะเน้นในเรื่องข้อกฎหมายและพยานหลักฐาน
เมื่อถามถึงกรณีที่นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบสวนนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อดีตอัยการสูงสุด ฐานเป็นเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มาตรา 200 กรณีไม่ยื่นฎีกาคดีที่คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ และพวกจงใจเลี่ยงภาษีหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายอรรถพล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการใช้ดุลยพินิจของนายจุลสิงห์ อดีตอัยการสูงสุด ตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 255 ซึ่งให้อิสระกับอัยการในการสั่งคดี ส่วนที่ป.ป.ช.รับเรื่องไว้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องดังกล่าวขัดต่อกฎหมาย เพราะเป็นการทำตามหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่มีคนมายื่นเรื่องร้องเรียนก็ต้องรับไว้ก่อน ขณะที่จะต้องนำไปพิจารณาอีกครั้งว่ามีความผิดหรือไม่
เมื่อถามถึงการปฏิบัติหน้าที่พนักงานอัยการ ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ถือเป็นเรื่องสำคัญเช่น และได้มีการตั้งสำนักงานฝ่ายคดีภาค 9 ที่ จ.ปัตตานี ขึ้นมาดูแลคดีในพื้นที่ ซึ่งการพิจารณาอัยการจะยึดหลักการตามประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 ที่เน้นความถูกต้องเป็นธรรม ไม่อิงกระแส โดยการสั่งคดีหากเห็นว่าคดีไม่เป็นประโยชน์ หรือไม่กระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ อัยการสูงสุดมีอำนาจที่จะพิจารณาสั่งไม่ฟ้องได้เพื่อจะแยกผู้หลงผิดกับผู้กระทำความผิดออกจากกันได้





