"วิลาศ-วัฒนา"โต้กันแรง ปมได้เบี้ยประชุม เตรียมชงให้สตง.-กรมบัญชีกลาง เรียกคืนเงินย้อนหลัง
นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.)สภาผู้แทนราษฎร แถลงที่รัฐสภา ว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ได้ลงนามแต่งตั้งอดีตข้าราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ที่เกษียณอายุราชการไปเมื่อวันที่ 30 ก.ย. อาทิ นายนุกูล สัญฐิติเสรี, นายทวีเกียรติ เชาวลิตถวิล อดีตรองเลขาธิการสภาฯ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ชำนาญการในด้านเศรษฐกิจ, สังคม, การเมือง,กฎหมายและต่างประเทศ พร้อมให้เงินเดือนๆละ 50,000 บาท โดยมองว่าการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวไม่มีความเหมาะสม เพราะ 1.แต่งตั้งบุคคลให้ทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับปรึกษาสภาผู้แทนราษฎร ที่ขณะนี้ปฏิบัติหน้าที่แล้วกว่า 10 คน, 2.คุณสมบัติไม่เหมาะสม เพราะไม่เคยดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ หรือกฎหมาย นอกจากนั้นแล้วในกรณีที่มีการโยกย้ายข้าราชการแทนตำแหน่งที่เกษียณ มีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตนตรวจสอบในประเด็นการเรียกเก็บเงินเพื่อให้ได้นั่งในตำแหน่งที่ต้องการ ในราคาหลายแสนบาท ซึ่งตนจะนำเรื่องเข้าสู่กรรมาธิการฯ ให้ตรวจสอบ
นายวิลาศ กล่าวด้วยว่า เร็วๆ นี้จะมีการยื่นเรื่องไปยังกรมบัญชีกลาง และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ให้เรียกค่าเบี้ยประชุมคืนจากคณะอนุกรรมการ หรือ กรรมการ ที่ก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้งโดยไม่มีกฎหมายหรือระเบียบรองรับ แม้ว่าขณะนี้นายสมศักดิ์ ได้ลงนามยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการหรืออนุกรรมการที่ไม่มีกฎหมายหรือระเบียบรองรับไปแล้ว เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่การตรวจสอบเชิงลึก ยังพบว่าบางคณะอนุกรรมการมีการจัดประชุมหลายครั้งและบุคคล 1 คนได้เป็นกรรมการหลายคณะ เช่น นายสุวิจักษณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีชื่อเป็นคณะกรรมการกว่า 40 คณะได้รับเบี้ยประชุมต่อเดือนนับแสนบาท, นายประสพ บุษราคัม เลขาฯประธานสภาฯ มีรายชื่อเป็นกรรมการ 25 คณะ, นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นคณะกรรมการจำนวน 2 คณะ แต่ได้ใช้อำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มอีก 5 คณะอนุกรรมการ และได้เรียกประชุม 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้ใน 1 สัปดาห์ ได้รับเบี้ยเลี้ยงสัปดาห์ละ 40,000 บาท
นายวิลาศ กล่าวด้วยว่า จะมีส.ส.เข้าชื่อเพื่อส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ส่อว่ามีการทุจริต ส่วนการตรวจสอบของกมธ.ปปช.สภาฯ อาทิ การจัดซื้อนาฬิกาดิจิตอล วงเงิน 15 ล้านบาทขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จ โดยผลสอบอย่างไม่เป็นทางการพบว่ามีความไม่ชอบมาพากลและส่อจัดซื้อจัดจ้างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
ด้านนายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงตอบโต้นายวิลาศ ว่า การแต่งตั้งผู้ชำนาญของนายสมศักดิ์ เป็นไปตามที่นายสุวิจักษณ์ เสนอตามประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งผู้ชำนาญการ ฉบับวันที่ 3 ก.ย. 2547 ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์แล้วมีเพียงตำแหน่งผู้ชำนาญการด้านต่างประเทศที่กำหนดคุณสมบัติพิเศษว่า ต้องเคยรับราชการในตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่า จึงไม่ติดใจที่นายสมพล วณิกพันธ์ มาดำรงตำแหน่งนี้ ส่วนผู้ชำนาญการอีก 4 ด้าน ส่วนใหญ่เป็นรองเลขาธิการสภาฯมาก่อน ถือว่ามีความเชี่ยวชาญ เพราะทุกคนเคยเวียนดูงานในกรรมาธิการสามัญ 35 คณะของสภาฯ ซึ่งครอบคลุมทั้งงานด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย และการต่างประเทศมาก่อน ดังนั้นการแต่งตั้งเป็นไปตามระเบียบ และทุกคนมีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน
"ส่วนที่นายวิลาศบอกว่าผมมีตำแหน่งเป็นคณะกรรมการ และอนุกรรมการต่างๆ ถึง 24 คณะ ได้รับเบี้ยประชุมสัปดาห์ละ 4 หมื่นบาทว่า ไม่เป็นความจริง เพราะคณะที่ผมอยู่มีประชุมแค่เดือนละ 1-2ครั้งเท่านั้น อีกทั้งคณะอนุกรรมการที่มาร่วมงานเป็นผู้มีชื่อเสียง เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย มาช่วยบูรณาการงานสภา คงไม่มีใครหวังเอาเบี้ยประชุมที่น้อยนิด"นายวัฒนา กล่าว





