ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา168 รัฐบาลเดินหน้าทูลเกล้าได้
นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 8 เสียงว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2557 มาตรา 27 ในส่วนของสำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานศาลปกครอง มาตรา 28ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ประธานรัฐสภาส่งความเห็นของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กับคณะรวม 50 คน และคำร้องของนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กับคณะรวม 62 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคหนึ่ง (1 )นั้น ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐรัฐธรรมนูญมาตรา 168 วรรคแปด วรรคเก้า เนื่องจากเห็นว่า มาตรา 168 วรรคเก้า บัญญัติเพียงว่าการพิจารณางบประมาณรายจ่ายของรัฐสภา ศาล และองค์กรอิสระตามวรรคแปดหากองค์กรนั้นเห็นว่างบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรรให้นั้นไม่เพียงพอ ให้สามารถเสนอคำขอแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการได้โดยตรง
ทั้งนี้เพื่อให้คณะกรรมาธิการซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติได้พิจารณาอย่างรอบคอบว่า การที่ฝ่ายบริหารได้ปรับลดงบประมาณขององค์กรดังกล่าวเป็นการแทรกแซงความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่และเพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ของศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และกรรมการป.ป.ช.หรือไม่ โดยมิได้มีบทบังคับเด็ดขาดให้คณะกรรมาธิการต้องเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความเห็นในการแปรญัตติแต่อย่างใด ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง และสำนักงานป.ป.ช.มีโอกาสชี้แจงแสดงเหตุผลการขอเพิ่มงบประมาณ ต่อคณะอนุกรรมาธิการฯซึ่งตั้งโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้รับรายงานของคณะอนุกรรมาธิการฯและได้รับทราบถึงเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวประกอบการพิจารณาแล้ว จึงไม่ปรากฏเหตุที่จะเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด แต่เนื่องจากบทบัญญัติมาตรา 168 วรรคแปดมีวัตถุประสงค์ให้คณะกรรมาธิการฯ ให้ความเป็นธรรมแก่หน่วยงานดังกล่าวจึงควรที่จะ ให้หน่วยงานดังกล่าวได้แสดงเหตุผลและความจำเป็นต่อคณะกรรมาธิการได้โดยตรง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี ครั้งต่อไปกรรมาธิการฯจะต้องให้ผู้แทนขององค์กรอิสระเข้าชี้แจงความจำเป็นในการของบประมาณขององค์กรตนเองใช่หรือไม่ และหากไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายพิมล กล่าวว่า เป็นเพียงคำแนะนำเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยดังกล่าวรัฐบาลก็สามารถนำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ขึ้นทูลเกล้าได้ต่อไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
นายพิมล กล่าวอีกว่า ขณะนี้คำร้องที่ประธานรัฐสภาส่งความเห็นของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานนคระกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน และพวกรวม 143 คน และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา พร้อมพวกรวม 68 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 วรรคหนึ่ง ว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาส.ว. ขัดหรือแย้งต่อหลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่งมาถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 3 ต.ค. แต่ไม่ได้นำเข้าที่ประชุมคณะตุลาการวันนี้ อาจจะมีการพิจาณาในการประชุมครั้งต่อไป





