ร่างฯเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป และร่างฯความตกลงการค้าไทย-ชิลีผ่านประชุมรัฐสภาร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมร่วมรัฐสภาได้มีการขึ้นมาอภิปรายเรื่องความตกลงการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลีและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการแก้ไขความคลาดเคลื่อนในตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้าของไทย กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับกรอบความตกลงดังกล่าว เนื่องจากเชื่อว่า จะทำให้ไทยมีโอกาสขยายตลาดการค้าเพิ่มขึ้นจากเดิมไปสู่อเมริกาใต้ ขณะที่สมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้าน ตั้งข้อสังเกตถึงข้อกำหนดในความตกลงฉบับนี้ที่ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบหลายประการ อีกทั้งไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลเร่งรีบนำเข้าสู่การพิจารณาในวันนี้(2 ต.ค.) ซึ่งอาจทำให้การพิจารณาขาดความรอบคอบ อย่างไรก็ตามหลังการอภิปราย ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 464 ต่อ 6 งดออกเสียง 12 และไม่ลงคะแนน 2 เสียง
ส่วนการอภิปรายเกี่ยวกับร่างกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) นั้น นายเกียรติ สิทธิอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายเรื่องนี้ว่า ในเนื้อหารายละเอียดของร่างกรอบการเจรจาฯ ยังไม่เคยยื่นให้ที่ประชุมรัฐสภาได้มาก่อน กระทั่งต้องนำร่างๆ ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาที่ประชุมรัฐสภาร่วม โดยที่อ้างว่า ระเบียบการทำเจรจาเอฟทีเอ ที่ห้ามเปิดเผยรายละเอียด แต่จากที่ตนได้ศึกษาและติดตามการดำเนินการเจรจา EFTA ก็่เช่นเดียวกับการเจรจาเอฟทีอียู และเอฟทีเอสหรัฐ ได้กำหนดให้มีการเผยแพร่เอกสารรายละเอียดการเจรจา เนื่องจากเกรงว่า จะกระทบต่อการเจรจา เรื่องนี้เป็นคนละเรื่องการเปิดเผย ส่วนตัวมองว่า มีความจำเป็นต้องเปิดเผยรายละเอียดให้ที่ประชุม เพื่อได้ทราบถึงรายละเอียดการเจรจา และไม่ให้การเจรจาเป็นที่รู้กันแค่เฉพาะทีมเจรจาและรัฐบาลเท่านั้น
ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายว่า การจัดทำเจรจา EFTA เชื่อว่า เป็นประโยชน์ต่อการค้าสินค้าไทย เดิมอียูได้ให้สิทธิ์จีเอสพีกับประเทศไทย ในฐานะที่เป็นประเทศพัฒนา ซึ่งสิทธิ์จีเอสพีนี้จะหมดไปในปี 2558 ทำให้เกิดความท้าทายว่า การเจรจา EFTA จะยังคงประโยชน์ให้กับสินค้าไทย โดยที่ขอฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ช่วยดูแลเข้มงวดในเรื่องสิทธิทรัพย์สินทางปัญหาของไทย เนื่องจากทางอียูให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างมาก รวมไปถึงสินค้าประเภทบุหรี่ เหล้า ที่จะเป็นโอกาสการค้า อย่างไรก็ตามหลังการอภิปรายเรื่องนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยคะแนน 446 ไม่เห็นด้วย 2 งดออกเสียง 2 และไม่ลงคะแนน 1 เสียง





