กลุ่ม40ส.ว.ยื่นศาลรธน. จี้นายกฯชะลอทูลเกล้าฯร่างแก้ไขรธน.ที่มาส.ว. หวั่นระคายเคืองสถาบัน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี นายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง เข้ายื่นคำร้องนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.เป็นโมฆะ ให้ตกไปทั้งหมด และวินิจฉัยให้การดำเนินการของผู้ถูกร้อง และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าข่ายเป็นการกระทำล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และระหว่างการพิจารณาให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว สั่งให้นายกรัฐมนตรีระงับการดำเนินการทูลเกล้าฯ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ไว้จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
น.ส.รสนา กล่าวว่า ขณะนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.ได้ผ่านการพิจารณาวาระ 3 แล้ว ทั้งประธานรัฐสภาและเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พูดไปในทางเดียวกันว่าจะต้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งนำร่างดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ตนเห็นว่าตามกฎหมายแล้ว ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้รับวินิจฉัยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาของ ส.ว.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ จึงเห็นว่าเมื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวยังมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ประธานรัฐสภาก็น่าที่จะชะลอการส่งร่างกฎหมายดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีก็ควรจะชะลอการนำร่างกฎหมายขึ้นทูลกล้า เพื่อไม่ให้สถานการณ์เคลื่อนไปสู่การเผชิญหน้ากัน
ขณะเดียวกัน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายคำนูณ สิทธิสมาน นายสุรจิต ชิรเวทย์ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ได้เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นเดียวกัน โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีชะลอนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ โดยพล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการนายกฯ ยืนยันว่าจะนำร่างฯขึ้นทูลเกล้าในวันพรุ่งนี้ (1 ต.ค.) เราก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่มิบังควร เพราะร่างฯกฎหมายดังกล่าวยังมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ การทูลเกล้าฯ จะกลายเป็นการผลักปัญหาไปให้สถาบัน เนื่องจากเชื่อว่าจากนั้นจะมีการโจมตีของมวลชนว่าเรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของศาลและสถาบันชะลอการโปรดเกล้าฯลงมา จึงไม่อยากให้นำสถาบันมาอยู่บนพื้นฐานความขัดแย้งทางการเมือง
"เรื่องนี้ถือว่าเราช่วยนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ เพราะหากนำขึ้นทูลเกล้าฯจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่นำเรื่องที่ยังมีความขัดแย้ง เป็นร่างกฎหมายที่เป็นปัญหา ไม่ปกติสมบูรณ์ขึ้นกราบบังคมทูล ส่งผลให้ระคายเคืองต่อเบื้องยุคคลบาท และทำให้ฝ่ายตรงข้างอ้างว่าสถาบันดึงเรื่อง เราช่วยช่วยหาทางออกให้นายกฯ เพราะที่ผ่านมาประธาน สมศักดิ์ มักพูดว่าอะไรที่เป็นเผือกร้อน ขอที่จะรับไว้เอง แต่คราวนี้กลับโยนเผือกร้อนให้กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ ก็อ้างว่ามีเวลาแค่ 20 วัน หากไม่ปฏิบัติตามก็ขัดรัฐธรรมนูญ เราจึงต้องมาขอต่อ ถ้าศาลมีคำสั่งให้นายกฯชะลอนำขึ้นทูลเกล้าฯ ก็ไม่ได้ถือว่านายกรัฐมนตรีทำอะไรผิด แต่ถ้านายกรัฐมนตรียังคงดึงดันนำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ววันข้างหน้าเกิดปัญหา คนที่จะต้องรับผิดชอบคือนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ไม่ใช่ประธานสมศักดิ์"พล.อ.สมเจตน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยขณะเดียวกัน นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งตัวแทนมายื่นเอกสารชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหมด 310 ชุด ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้อง กรณีที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า นายนิคม ไวยรัชพานิช กับพวก 309 คน เข้าชื่อเสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ประเด็นที่มาของส.ว. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่





