วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯสั่งรัฐมนตรีลงพื้นที่น้ำท่วม

นายกฯยกเลิกกำหนดการมอบนโยบายผู้ว่าฯใหม่ ลงตรวจน้ำท่วมอีสานใต้ สั่ง รมต.กระจายลงพื้นที่ เร่งช่วยเหลือประชาชน

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ว่า นายกรัฐมนตรีได้ยกเลิกกำหนดการทั้งหมด เพื่อลงพื้นที่ตรวจสภาพน้ำท่วมใน จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ ทั้งกำหนดการเป็นประธานมอบนโยบายให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ ในเวลา 09.30 น. และการเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ในเวลา 14.00 น. แต่ยังคงภารกิจการให้การต้อนรับ ประธานรัฐสภานิวซีแลนด์ ซึ่งได้เลื่อนขึ้นมาเป็นเวลา 09.30 น.แทน เพื่อลงพื้นที่ตรวจสภาพน้ำท่วมตลอดทั้งวัน

เวลา 11.10 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 (บน.6) นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ได้ออกเดินทางลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมประชาชน และหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

ทั้งนี้ ก่อนออกเดินทาง นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์พายุหลายรูปที่จะเข้าประเทศไทย และอาจส่งผลกระทบ โดยเฉพาะพายุ "หวู่ติ๊บ" ว่า คงต้องรอดูและเฝ้าติดตามสถานการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็จะต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้โดยเฉพาะพื้นที่ที่คาดว่าจะมีความเสี่ยง ซึ่งจากการลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา ทุกส่วนราชการได้ร่วมมือทำงานบูรณาการอย่างเต็มที่ และพร้อมลงปฏิบัติการแบบทันท่วงที การสั่งการและแผนการรับมือกับพายุ “หวู่ติ๊บ” และพายุลูกต่าง ๆ นั้นเรามีความพร้อมแล้ว ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานีและศรสะเกษนั้น ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี และกระทรวงต่าง ๆ กระจายกันลงพื้นที่เพื่อดูแลประชาชน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ส่วนภาพรวมการระบายน้ำนั้น ถือว่าดีขึ้น แต่ละภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เร่งระบายน้ำในพื้นที่ที่เกิดปัญหา โดยมอบหมายให้กรมชลประทานเป็นเจ้าภาพในการบูรณาการ โดยนำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้ง รวมทั้งกองทัพเรือก็ได้นำเครื่องผลักดันน้ำเข้าไปแก้ปัญหาเฉพาะจุดเพื่อช่วยให้การระบายน้ำทำได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาในเรื่องของประสิทธิภาพในการรับน้ำด้วยเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ

ทางด้านนายเลิศวิโรจน์ อธิบดีกรมชบประทาน กล่าวว่า สำหรับแผนการรับมือพายุต่าง ๆ นั้น ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกรมชลประทานมีความพร้อมแล้ว และยืนยันว่าพายุหวู่ติ๊บจะไม่เข้าทาง จ.อุบลราชธานี จนส่งผลกระทบกับพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีอีก แต่จะพาดผ่านทางฝั่งตะวันออกของภาคอีสาน อีสานเหนือ โดยจะเข้าทาง จ.นครพนม มุกดาหาร และจะสลายตัวบริเวณรอยต่อระหว่่างภาคเหนือกับภาคอีสาน ดังนั้นบริเวณ จ.หนองคาย อุดรธานีและหนองบัวลำภู จะได้รับผลกระทบ ซึ่งหากมองในทางที่ดีก็จะทำให้พื้นที่ดังกล่าวสามารถเก็บกักน้ำได้มากขึ้น