background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

สั่งพิจารณาใหม่คดี'ผู้ค้า'ฟ้องผอ.ตลาดนัดจตุจักร

สั่งพิจารณาใหม่คดี'ผู้ค้า'ฟ้องผอ.ตลาดนัดจตุจักร

ศาลปค.สูงสุดสั่งศาลปค.กลางดำเนินการพิจารณาใหม่ คดีผู้ค้าจตุจักรฟ้องผอ.ตลาดนัดจตุจักรกับพวกเก็บเงินค่าแผงกว่า8พันบ.ปี53

นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เจ้าของสำนวนและองค์คณะ คดีชำระแผงค้าตลาดนัดจตุจักร มีคำสั่งให้ส่งสำนวน ที่นายสงวน ดำรงค์ไทย ประธานสหกรณ์บริการผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร กับพวกรวม 37 คน ยื่นฟ้อง ผู้อำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร (ตลาดนัดจตุจักร) , กองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร , ประธานกรรมการควบคุมการจัดการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการควบคุมการจัด ตลาดนัดกรุงเทพมหานคร ผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 กระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย กลับให้ศาลปกครองชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป

โดยคดีนี้นายสงวน ประธานสหกรณ์บริการผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร กับพวก ยื่นฟ้องขอให้ศาล พิพากษาเพิกถอนประกาศกองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร ฉบับวันที่ 25 มิ.ย.53 และกรุงเทพมหานคร ฉบับวันที่ 1 ก.ค. 53 และมติของคณะกรรมการควบคุมการจัด ตลาดนัดกรุงเทพมหานคร ในการประชุมครั้งที่ 5/2553 ที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการใช้สถานที่ในตลาดนัดจตุจักร เพิ่มเป็น 8,100 บาท/เดือน ที่ให้ผู้ค้าชำระภายในวันที่ 30 มิ.ย.53 โดยอ้างว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เจ้าของที่ดินบริเวณตลาดนัดได้เรียกเก็บค่าเช่าที่ดินเพิ่มเติม รวมทั้งขอให้กองอำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร ผู้ถูกฟ้องที่ 2 ให้ผู้ค้านำสินค้ามาขายได้ตามเดิมนับตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.53

ขณะที่ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลาง พิจารณาแล้วเห็นว่า สัญญาเช่าที่ดินตลาดนัดจตุจักร ระหว่างกทม.กับ รฟท.ได้สิ้นสุดลงแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 55 และกทม.ไม่ได้เป็นผู้บริหารงานตลาดนัดจตุจักรอีกต่อไป ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่ศาลจะพิจารณาคดีนี้อีกจึง จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะต้องมีคำพิพากษาและไม่มีประโยชน์ที่ศาลจะพิจารณาพิพากษาคดีนี้ต่อไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ต่อมาผู้ฟ้องที่ 1-23 และ 25 - 37 รวม 36 ราย ได้ยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุด

โดยศาลปกครองสูงสุด พิจารณาคำฟ้อง และคำขอแห่งคดีแล้ว เห็นว่า แม้ระหว่างการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ จะปรากฏว่า สัญญาเช่าที่ดินบริเวณตลาดนัดจตุจักร ระหว่าง กทม.และ รฟท. ได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.55 เป็นต้นมา และ กทม.ไม่ได้เป็นผู้บริหารงานตลาดนัดจตุจักรอีกต่อไปก็ตาม แต่ประกาศกองอำนวยการตลาดนัดจตุจักรทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ยังคงมีผลบังคับให้ ผอ.ตลาดนัดจตุจักร และกองอำนวยการตลาดนัดฯ มีอำนาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ค้า อีกทั้งข้อเท็จจริงยังปรากฏว่า ผู้ค้าได้ชำระเงินอัตราแผงละ 8,100 บาทให้กับกองอำนวยการตลาดฯ ไปแล้วตามประกาศที่ให้ชำระภายในวันที่ 30 มิ.ย.53 เพราะมิฉะนั้นจะถือว่าผิดนัดและต้องจ่ายค่าปรับอีก 120 บาทในวันที่ 15 ก.ค.53 กรณีจึงถือว่าเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ยังไม่หมดสิ้นไป และหากศาลปกครอง เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายก็มีอำนาจให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวโดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ออกคำสั่งดังกล่าวได้

ดังนั้นการที่ศาลปกครองกลาง เคยมีความเห็นว่า ไม่มีเหตุที่ศาลจะต้องมีคำพิพากษาหรือคำบังคับให้เพิกถอนประกาศกองอำนวยการตลาดนัดจตุจักรทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวและไม่มีประโยชน์ที่ศาลจะพิจารณาคดีต่อไปนั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ค้าฟังขึ้น จึงมีให้ยกคำสั่งของศาลปกครองกลางที่เคยให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความออกไป โดยให้ศาลปกครองกลาง ดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อมีคำวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป

ขณะที่ นายชาตรี ภวะคงบุญ ตัวแทนผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร กล่าวว่า คดีนี้มีการฟ้องร้องกันมาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว โดยประกาศของกรุงเทพมหานครเรียกเก็บค่าเช่าแผงเพิ่มเติมจากผู้ค้ากว่า 8,808 แผงที่อยู่ในตลาด เพื่อนำเงินไปใช้หนี้กว่า 84 ล้านบาทที่ กทม.ติดค่าชำระค่าเช่าที่ดินกับ รฟท. ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการผลักภาระหนี้ของ กทม.ไปให้ผู้ค้า วันนี้รู้สึกก็ดีใจที่ยังมีหน่วยงานที่ให้ความเป็นธรรม หลังจากนี้ผู้ค้าในตลาดต้องรอศาลว่าจะมีการพิจารณาอย่างไรต่อไป