"ยิ่งลักษณ์" แถลงผลงานรอบ 1 ปี ระบุเผชิญปัญหาและความท้าทายทุกด้าน ตั้งแต่การเมือง-สังคม-อุทกภัย-ภาวะเศรษฐกิจโลก
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการนัดประชุมเป็นพิเศษ เพื่อพิจารณารับทราบรายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐของรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปีที่ 1 ระหว่างวันที่ 23 สค. 54 - 23 ส.ค. 55โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวรายงานผลการดำเนินงานวาระครบรอบ 1 ปีว่าตั้งแต่ที่รัฐบาลได้รับเลือกให้เข้ามาบริหารประเทศ และได้มีการแถลงนโยบายต่อสภาฯ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 54 รัฐบาลได้ยึดหลักการปฏิบัติหน้าที่ 3 เป้าหมายหลัก คือ 1.เศรษฐกิจสมดุลเพื่อควมเข้มเข็งของประเทศ, 2.สร้างความเชื่อมั่นสู่สังคมที่ปรองดอง บนหลักของความเสมอภาคและเท่าเทียม และ3.การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทั้งนี้รัฐบาลถือว่าการเข้ามาบริหารประเทศมีความท้าทายอย่างยิ่ง ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากจีดีพีของประเทศ พบว่ามีการพึ่งพาการส่งออกมากถึงร้อยละ 70 ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาและปรับปรุงเพื่อให้เกิดความสมดุลของเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เมื่อดูจากรายได้ของประชาชน เมื่อเทียบกับผู้มีรายได้น้อยและรายได้สูง พบว่ามีช่องว่างสูงมาก และประชาชนมีหนี้ต่อครัวเรือนที่สูง ดังนั้นสิ่งที่ภาครัฐไปช่วยเหลือคือ การให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนถูก เพื่อลดการใช้จ่าย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนั้นได้มีปัญหายาเสพติด ทำให้รัฐบาลต้องร่วมมือกับภาคส่วนอื่น ยกระดับให้เป็นปัญหาระดับชาติ ส่วนความเหลื่อมล้ำทางสังคม ถือเป็นความท้าทายของรัฐบาลที่ต้องเข้าไปแก้ไขโดยเฉพาะในจังหวัดที่อยู่ห่างไกล ส่วนความผันผวนทางการเมือง ที่มีการเปลี่ยนการบริหารบ่อยทำให้ขาดการต่อเนื่องของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศนานถึง 7 ปี ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเข้ามาพัฒนาให้เกิดความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
"ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่มีความซับซ้อน และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความซับซ้อน รวมถึงการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สุขภาวะของประชาชน การใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมากขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลคำนึงว่าเป็นความท้าทายในการบริหารประเทศที่ต้องนำมาพิจาณา และที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงในปี 2558 ที่จะเกิดการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นสิ่งที่รัฐบาลมองว่าเป็นความท้าทายตั้งแต่การบริหารในปีแรก"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ในปีแรกของการเข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลได้เผชิญกับปัญหาอุกภัยครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลได้มีการดูแล รวมถึงมีการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน จำนวน 3.5 แสนล้านบาทเพื่อใช้ในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมถึงตัดสินใจลดงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกระทรวงต่างๆ เพื่อนำเงินมาใช้ในการเยียวยาและดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและภาครัฐ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และป้องกันไม่ให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิตได้ และด้วยความร่วมมือร่วมใจทำให้รัฐบาลผ่านวิกฤตไปได้ และตัวเลขของจีดีพี ในปี 54 ที่ถอยลงกว่าร้อยละ 8-9 แต่ในปี55 จีดีพีของประเทศกลับมาอยู่ในระดับร้อยละ 6 ซึ่งการสร้างความเชื่อมั่น ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง รวมถึงการเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มเออีซี ทำให้พบว่ามีการเพิ่มยอดของนักท่องเที่ยว การค้า การลงทุนในประเทศให้สูงขึ้น สำหรับการเดินทางเยือนประเทศต่างๆ คือ การฟื้นฟูความสัมพันธ์ รวมถึงเรียกความเชื่อมั่นของประเทศในสายตาของต่างประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า


