วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รสนายื่นศาลรธน.ชะลอแก้รธน.วาระ3ที่มาส.ว.

"รสนา"นำทีมส.ว.เลือกตั้ง ยื่นศาลรธน. สั่งชะลอลงมติแก้ รธน.วาระ 3 ที่มาส.ว.ที่จะมีขึ้นวันที่28ก.ย.นี้ อ้างทำไม่ถูก

นางสาวรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพมหานคร นายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง และนางสุมล สุตตะวิริยวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี เข้ายื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่มาของส.ว. และสั่งให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นโมฆะ พร้อมกับขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวกรณีฉุกเฉินสั่งชะลอการประชุมพิจารณาญัตติดังกล่าวในวาระที่ 3 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 ก.ย.นี้ไว้จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

นางรสนา กล่าวว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการพิจารณาแต่ละมาตรากลับไปกลับมา มีการรีบเร่งผิดขั้นตอน ทั้งที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 (1) ได้กำหนดเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า หากจะมีการแก้ไขในวาระที่ 2 การพิจารณาแต่ละมาตราต้องเป็นไปตามลำดับ แต่ในข้อเท็จจริงพบว่า การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของส.ว.ในมาตรา 5 นั้น ประธานที่ประชุมมีการตัดสิทธิผู้ที่ยื่นญัตติเหลือเพียงไม่กี่คน ต่อมามีการเสนอลงมติเพื่อปิดอภิปรายจากนั้นในวันรุ่งขึ้น ก็กลับมีการพิจารณา มาตรา 5 ใหม่ ซึ่งถือเป็นการผิดขั้นตอน ส่อขัดรัฐธรรมนูญ

น.ส.รสนากล่าวว่า เห็นว่า องค์กรรัฐสภาเป็นองค์กรกลุ่ม การพิจารณากฎหมาย รัฐธรรมนูญกำหนดว่า หากองค์ประชุมไม่ครบ ก็จะทำให้กฎหมายนั้นตกไป ซึ่งนอกจากเรื่ององค์ประชุมแล้ว ยังมีเรื่องขององค์มติ คือเสียงข้างในที่ประชุม ที่กฎหมายกำหนดว่า ผู้ที่จะลงมตินั้น ต้องไม่ใช่ผู้ที่มีส่วนได้เสียในมติดังกล่าว แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งนั้น ส.ว.ที่พิจารณาในเรื่องนี้ย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 122 และมาตรา3 วรรค2 ที่กำหนดว่า การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภาต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม รวมทั้งการแก้ที่มาของส.ว. หากทำสำเร็จ จะทำให้การเป็นองค์กรถ่วงดุล และตรวจสอบอำนาจรัฐสูญเสียไป ซึ่งจากเหตุทั้งหมด จึงเห็นว่าการแก้ไขดังกล่าวทำให้การตรากฎหมายเสียไปทั้งฉบับ และเป็นไปเพื่อให้ทันกับ ส.ว. ที่จะหมดวาระในวันที่ 2 มี.ค. 57 นี้ ซึ่งจะสามารถลงเลือกตั้งใหม่ได้ทันที

"ถ้าจะให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง ก็ควรที่จะมาจากคนละฐานเสียงกับ ส.ส. และควรกำหนดคุณสมบัติที่ต้องไม่เป็นเครือญาติกับ ส.ส. หรือกำหนดให้มาจากองค์กรกลุ่มวิชาชีพต่างๆ เพราะไม่ฉะนั้นจะทำให้ ส.ว. กลายเป็นฐานของพรรคการเมือง ซึ่งเวลานี้พบว่าเวลานี้มีการจัดบัญชีรายชื่อผู้ที่จะลงสมัคร ส.ว. ของแต่ละพรรคการเมืองไว้ เป็นกลุ่มที่ 3-4 ต่อจากผู้สมัคร ส.ส. ในระบบบัญชีรายชื่ออีกด้วย"นางรสนา กล่าว