วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.หมดวาระพรุ่งนี้ รักษาการจนกว่ามีชุดใหม่

กกต.หมดวาระพรุ่งนี้ เผยรักษาการได้จนกว่าจะมีชุดใหม่ มาทำงาน แจงคณะกรรมการสรรหาฯเตรียมถกนัดแรก 20 ก.ย.นี้

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. แถลงว่า สำนักงานกกต.ได้มีหนังสือแจ้งเกี่ยวกับการหมดวาระการดำรงตำแหน่งของกกต.ชุดปัจจุบันในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเพื่อให้เตรียมเรื่องการสรรหาแล้ว และทางสำนักงานกกต.ก็ได้นำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมกกต.เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมาถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.ภายหลังการครบวาระการดำรงตำแหน่ง โดยที่ประชุมเห็นว่ากกต.ยังคงมีอำนาจหน้าที่เต็มตามรัฐธรรมนูญมาตรา 232 วรรคสองที่ระบุว่า กกต.ที่พ้นตำแหน่งตามวาระต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากกต.ชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ไม่ถือเป็นการรักษาการในตำแหน่ง ดังนั้นการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.หลังจากครบวาระในเรื่องของการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น การพิจารณารับรองผล พิจารณาคำร้องคัดค้านต่างๆ จึงเป็นไปตามปกติ ไม่มีปัญหา เว้นแต่เรื่องที่จะมีผลผูกพันต่อกกต.ชุดใหม่ เช่น เรื่องของการปรับโครงสร้างสำนักงาน การแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากร หรือการเพิ่มตำแหน่งต่างๆ ซึ่ง กกต.ได้ให้เป็นนโยบายไว้ว่าขอให้เป็นหน้าที่ของกกต.ชุดใหม่

นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับการสรรหากกต.ชุดใหม่ ทราบจากทางสำนักเลขาธิการวุฒิสภา ว่าได้มีการเตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการสรรหาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 231(1) นัดแรกในวันที่20 ก.ย.นี้ เพื่อกำหนดกรอบเวลาในการสรรหาที่กฎหมายกำหนดว่าต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง โดยคณะกรรมการสรรหาดังกล่าวจะประกอบไปด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งทราบว่าเป็นนายกู้เกียรติ สุนทรบุระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ และผู้แทนจากที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด คือนายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ อดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด ส่วนการเปิดรับสมัครเบื้องต้นทางสำนักเลขาธิการวุฒิสภากำหนดไว้ในวันที่ 23-30 ก.ย. ไม่เว้นวันหยุดราชการ และคณะกรรมการสรรหาจะมีการประชุมเพื่อลงมติคัดเลือกผู้สมัครให้เหลือ 3 คน ในวันที่ 17 ต.ค. ก่อนที่สำนักเลขาธิการวุฒิสภาจะเสนอนำไปรวมกับ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกกต.จากสายที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 คน เพื่อเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบต่อไป