กระทรวงยุติธรรม เตรียมเสนอออกกฎหมาย 3 ฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประกาศเป็นพระราชบัญญัติ
พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และพล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ร่วมกันแถลงข่าวการเสนอกฎหมาย 3 ฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประกาศเป็นพระราชบัญญัติ ได้แก่ ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา เพื่อให้เป็นไปตามพันธะกรณีขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งระบุไว้ในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี ซึ่งกฎหมายดังกล่าวจะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญาเพื่อกำหนดให้การทรมานเป็นความผิดเฉพาะมีบทกำหนดโทษ และเป็นความผิดที่มีเขตอำนาจศาลสากลสามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐทั้งฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งมีหน้าที่สืบสวนคุมขังหรือกักตัวต้องรับผิดทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุก 5 - 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หากทรมานผู้อื่นหรือผู้ต้องสงสัยจนถึงแก่ความตาย รับอันตรายสาหัส หรือรับอันตรายต่อจิตใจในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันตำรวจที่อุ้มฆ่าหรือทำร้ายร่างกายจะรับผิดตามกฎหมายอาญาเพียงแค่คดีทำร้ายร่างกาย ฆ่า หรือหน่วงเหนี่ยว กักขังเท่านั้น แต่กฎหมายใหม่จะมีบทลงโทษที่ชัดเจนเพราะถือเป็นคดีร้ายแรง
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า กรมคุ้มครองสิทธิฯและคณะกรรมาธิการฯดังกล่าวจะเสนอร่างพ.ร.บ.การจดทะเบียนคู่ชีวิต เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีตามหลักรัฐธรรมนูญให้กับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งไม่มีกฎหมายรับรองทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ได้เท่าเทียมชายจริงหรือหญิงแท้ จึงเห็นควรเสนอให้มีกฎหมายรับรองการรับสิทธิประโยชน์ของคู่ชีวิต การดูแลและลงนามอนุญาตให้คู่ชีวิตรักษาพยาบาล สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญราชการ สิทธิการลดหย่อนภาษีและสิทธิตามกฎหมายอื่นให้กับกลุ่มหลากหลายทางเพศได้จดทะเบียนคู่ชีวิตโดยให้มีผลเสมือชายหญิงจดทะเบียนสมรสร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ขอให้กลุ่มหลากหลายทางเพศและคนในสังคมที่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าวร่วมลงชื่อให้ได้ 10,000 รายชื่อ เพื่อเป็นการยืนยันให้สภาฯเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวมีประชาชนเห็นด้วยที่จะให้มีการยกร่างกฎหมาย
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า สำหรับกฎหมายฉบับที่ 3 จะเสนอให้ยกร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเพื่อคุ้มครองสิทธิแก่เกษตรกรในระบบเกษตรพันธะสัญญา เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่ในระบบดังกล่าวกว่า 150,000 รายทั่วประเทศ ที่ไม่มีความรู้และถูกเอกชนยักษ์ใหญ่บังคับให้ทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม โดยไม่มีอำนาจต่อรอง เช่นการเอาเปรียบว่าจ้างให้ทำฟาร์มกุ้ง ไก่ ปลา ในกรณีที่เกิดเหตุภัยพิบัติเอกชนมีอำนาจในการขอชะลอการรับซื้อผลิตผล โดยไม่มีการให้ค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งนี้ หากกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้จะแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรดังนี้ 1. การทวงหนี้ต้องไม่กระทบสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 2. การกำหนดเงื่อนไขที่มีผลกระทบในการเอารัดเอาเปรียบไม่ว่าผู้ประกอบการหรือผู้บริโภค ศาลจะมีอำนาจใช้บังคับได้เท่าที่เป็นธรรม 3. การกำหนดมาตรฐานสินค้าหรือบริการต้องมีการประกาศอย่างชัดแจ้งและพิสูจน์ หากมีการปรับเปลี่ยนต้องแจ้งล่วงหน้า 4. จะมีการจัดตั้งองค์กรกลางเพื่อดูแลให้ความเป็นธรรม และ5.มีการจัดทำสัญญากลางเพื่อเป็นมาตรฐานบังคับใช้คู่สัญญาไม่ให้ถูกเอาเปรียบและจะมีการประกันรายได้หรือราคาให้กับเกษตรกรที่ทำสัญญารับจ้างเลี้ยงหรือดูแลพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ หากผู้ประกอบการฝ่าฝืนกฎหมายจะต้องระวางโทษทั้งปรับและจำคุก





