มท.3ประกาศขอพึ่งบารมีส.ส.ปชป.แก้ปัญหาม็อบยาง เผยนัดกับ "ถาวร" ไว้แล้วบ่ายนี้ที่ปชป. เชื่อไม่ประกาศใช้พรบ.มั่นคงคุม กลัวเสียภาพพจน์ประเทศ
นายวิสาร เตชะธีรวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.3) กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงการสลายการชุมนุมชาวสวนยางที่อ.ควนหนองหงษ์ จ.นครศรีธรรมราชว่า ตนเป็นห่วงซึ่งหลังจากนั้นมีเหตุการณ์รุนแรงเผารถเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อขอกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ให้เข้าไปเสริมกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งปัญหาทั้งหมดได้วิเคราะห์ กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า กลุ่มที่ชุมนุมขณะนี้ไม่ใช่กลุ่มทึ่เกิดจากความเดือดร้อนของเกษตรกร กลุ่มที่เดือดร้อนจริงได้ยอมรับการช่วยเหลือจากรัฐบาล 2,520 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 25 ไร่ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมขณะนี้เท่าที่เห็นมีการต้มใบกระท่อม มีการปลุกระดมใช้ผู้เดือดร้อนปิดถนนที่อ.ควนหนองหงษ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้เป็นกลุ่มใหม่ที่ออกมาสร้างสถานการณ์ให้รุนแรง
"ผมจึงขอเสนอว่า จะขอพบส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะตัวแทนรัฐบาล ซึ่งต้องการพูดคุยกับนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โดยในช่วงบ่ายวันนี้ (17 ก.ย.) จะเดินทางเข้าไปที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการส่วนตัว เพื่อหารือและร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้มีการลุกลาม"มท.3 กล่าว
นายวิสาร กล่าวอีกว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการว่า ใครที่กระทำผิดกฎหมาย จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่องที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
นายวิสาร กล่าวว่า มีชัดเจนแน่นอนว่ามีการรวมตัวกันจัดตั้งเพื่อมาก่อเหตุร้ายทำให้เกิดความเดือดร้อน ซึ่งตนได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดจังหวัด ว่าการชุมนุมครั้งนี้มีความผิดปกติ และจะลุกลามใหญ่โต เชื่อว่าส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ คงมีบารมีพอที่จะช่วยพูดคุยในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา
ส่วนที่มีการประกาศบังคับใช้พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชประกาศใช้นั้น นายวิสาร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่มีผู้กระทำความผิดไม่มา และผู้ชุมนุมไม่เกรงกลัว เพราะมีโทษปรับเพียง 6,000 บาท ทั้งนี้ถ้าจะประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงจะสร้างความหวั่นไหวกับต่างประเทศ โดยสิ่งที่เป็นห่วงในการชุมนุมคือการปิดสนามบินที่จังหวัดชุมพร ถึงแม้ว่าสนามบินจังหวัดชุมพรเป็นสนามบินเล็ก ๆ ก็อาจจะกระทบต่อภาพพจน์ของประเทศ ส่วนตัวได้รับรายงานมาว่ายังมั่นใจว่าถ้ามีการเจรจาพูดคุยหาทางแก้ไขก็จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียว ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเก็บภาพผู้ที่กระทำความผิดในพื้นที่ และผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอาญา จะมีการลงโทษอย่างเด็ดขาด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และกำชับเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ และฝ่ายปกครองมีความใจเย็นในการปฏิบัติหน้าที่ ประนีประนอมในการแก้ไขปัญหา


