นายกรัฐมนตรี ทูลเชิญ "สมเด็จพระสันตะปาปา-ฟรานซิส" เยือนไทย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ที่นครรัฐวาติกัน สาธารณรัฐอิตาลี ผ่านรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชนว่า ถือเป็นเกียรติประวัติอย่างสูงสุด เพราะตลอด 58 ปีที่ผ่านมาไม่มีผู้นำไทยที่เดินทางมาเชื่อมโยงความสัมพันธ์
ทั้งนี้สมเด็จพระสันตะปาปา กล่าวชื่นชมการศึกษาของไทย ที่สามารถผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ และกล่าวถึงความห่วงใยที่ต้องการให้มีการช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอให้ได้รับการดูแลที่เท่าเทียม
อย่างไรก็ตาม ได้กราบบังคมทูลเชิญให้สมเด็จพระสันตะปาปา เดินทางมาเยือนประเทศไทยในช่วงที่ท่านจะเดินทางเยือนทวีปเอเชีย เพราะต้องการให้ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ในประเทศไทยได้เข้าเฝ้าพระองค์
ส่วนการเดินทางเยือน 4 ประเทศ ในยุโรป ได้แก่ สมาพันธรัฐสวิส สาธารณรัฐอิตาลี นครวาติกัน และสาธารณรัฐมอนเตเนโกร อย่างเป็นทางการ นั้น การเดินทางเยือนดังกล่าวในประเด็นที่มีนักธุรกิจจำนวน 50 คนร่วมคณะ เพื่อเจรจาด้านการค้าการลงทุน ด้วยว่า ที่สมาพันธรัฐสวิส ถือเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของประเทศไทย อย่างไรก็ตามนักลงทุนที่ร่วมเดินทางมีความกังวลถึงเรื่องการหมดอายุสิทธิพิเศษทางการเมือง ที่เรียกว่า จีเอสพี ที่สมาพันธรัฐสวิสเคยให้กับประเทศไทยในฐานะประเทศกำลังพัฒนา และภาคเอกชนต้องการให้มีการต่ออายุ หรือ เปลี่ยนรูปแบบกรอบเจรจาเอฟทีเอ เป็น ไทย-เอฟต้า ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้เร่งการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ภาคเอกชนได้รับสิทธิเศษ เบื้องต้นนั้นได้รับความเห็นชอบจากประธานาธิบดีสมาพันธรัฐสวิส ในการตั้งคณะทำงานร่วมกันในการติดตามปัญหาและแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม





