วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวั่นไทยกำลังก้าวสู่วิกฤติคอร์รัปชัน

"ประมนต์"หวั่นไทยกำลังก้าวสู่มหาวิกฤติคอร์รัปชัน หลังพบมีการบูรณาการอย่างกว้างขวาง มีหลายเครือข่ายเชื่อมโยงกัน

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นฯ กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญของการต่อต้านคอร์รัปชันในบ้านเรา คือความเชื่อในสังคมไทยที่ว่า การต่อสู้ เพื่อเอาชนะคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่อุปสรรคที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่า คือการยอมรับการคอร์รัปชัน หากตนเองได้ประโยชน์หรือไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง

"สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและความเชื่อ ต้องไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ และเชื่อมั่นว่าการต่อสู้เอาชนะคอร์รัปชันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันทำอย่างจริงจังตั้งแต่วินาทีนี้"

นายประมนต์ กล่าวถึงสถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีแต่ทรงกับทรุดลงและกำลังก้าวสู่มหาวิกฤติคอร์รัปชัน เพราะมีการบูรณาการอย่างกว้างขวาง มีเครือข่ายทั้งระดับชาติ ท้องถิ่น นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ สื่อมวลชน องค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีปัจจัยที่ไม่สามารถยับยั้งได้ 4 ประการ ได้แก่1.ความไม่จริงจังของรัฐบาล และฝ่ายบริหารที่จะป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างถาวร รัฐบาลแสดงนโยบายต่อรัฐสภาและต่อที่ประชุมสาธารณะว่าให้ความสำคัญต่อนโยบายและยุทธศาสตร์ป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของภาครัฐ แต่ปัจจุบันยังไม่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะในโครงการใหญ่ๆ ของรัฐ เช่น รับจำนำข้าว 2.ความเห็นแก่ตัวของนักธุรกิจ ภาวะสมยอม จำยอม ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ วิ่งเต้นเพื่อให้ได้งาน ได้เงิน ก้าวสู่วงจรอุบาทว์ด้วยความไม่เต็มใจ เพื่อความอยู่รอดของตนเอง

3.ข้าราชการดีๆ ถูกกลั่นแกล้ง ผลการวิจัยของสถาบันการศึกษาหลายแห่ง พบว่าในวงราชการมีการซื้อตำแหน่งมากมาย ตำแหน่งสำคัญๆ ซื้อขายด้วยตัวเลขถึง 7 หลัก แน่นอนว่าเมื่อได้ตำแหน่งย่อมต้องถอนทุนคืน การทำหน้าที่จึงไม่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่เพื่อเครือญาติ พวกพ้อง เจ้านาย 4.การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการติดตาม ขุดคุ้ย ประเด็นทุจริตคอร์รัปชันให่ประชาชนได้รับรู้ ซึ่งพบว่าสื่อส่วนหนึ่งที่ตรงไปตรงในการทำหน้าที่จะถูกกลั่นแกล้ง