"สาทิตย์"ซัด รัฐบาลเลือกปฎิบัติ เมินแก้ปัญหายาง ด้าน"ณัฐวุฒิ"ยันแก้ปัญหาเต็มที่ ชดเชยกิโลละ6บาท ปัด ใช้ความรุนแรง
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติ ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนในเรื่องราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำและค่าครองชีพที่มีราคาแพง โดยเฉพาะปัญหายางพาราตกต่ำ ที่ค้างมาจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้สอบถามนายวิสุทธิ์ ว่า ได้ทำหนังสือถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้มาร่วมฟังญัตตินี้หรือไม่ ซึ่งนายวิสุทธิ์ ได้แจ้งว่า เมื่อเช้าวันนี้ (5 ก.ย.) ตนเห็นหนังสือแล้ว โดยนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และรมช.เกษตรฯ ชี้แจงว่า ได้ประสานแล้ว ส่วนนายกฯจะมาหรือไม่ คงต้องรอดูก่อนว่า นายกฯ มีภารกิจหรือไม่ และหากมีอะไรรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็พร้อมชี้แจงแทน
จากนั้นนายสาทิตย์ อภิปรายต่อว่า ขณะนี้การชุมนุมเริ่มบานปลายอย่างต่อเนื่อง โดยที่รัฐบาลไม่มีท่าทีที่จะแก้ปัญหาแต่อย่างใด เป็นการขอหมูให้หมาขอราคาให้ปุ๋ย ซึ่งเป็นการแก้ไม่ตรงจุด และใช้ความรุนแรงข่มขู่ผู้ชุมนุม ถือเป็นรัฐบาลแรกที่สลายการชุมนุมกับม็อบเกษตรกร และล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศว่า ถ้าใครไปปิดสนามบินจะมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต และการที่ให้ตัวแทนชาวสวนยางนั่งเครื่องบินมาเจรจากับรัฐมนตรีถึงในกรุงเทพฯ ก็เพื่อมาประทับตราให้กับรัฐบาล แต่พอไม่สำเร็จ ก็ให้นั่งรถกลับ ถือว่าใจดำอำมหิตมาก และขณะนี้ก็ไม่มีรัฐมนตรีคนใดฟัง และรัฐบาลก็กล่าวหาผู้ชุมนุมว่าเป็นม็อบการเมือง และเลือกปฎิบัติ ไม่เหมือนกับม็อบเกษตรกรในภาคเหนือและภาคอีสาน
ด้านนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธปัตย์ อภิปรายว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนข้อเรียกร้องของเกษตรกร ถ้ารัฐบาลส่งสัญญาณในทางบวก จะส่งผลทางจิตวิทยา ให้ราคายางดีขึ้น ข้ออ้างที่ว่าประเทศไทยไม่มีแรงต่อรองในตลาดโลกนั้นไม่จริง เพราะประเทศไทยผลิตยางพาราได้มากที่สุดในโลกจึงมีอำนาจต่อรองเต็มที่ แต่รัฐบาลเลือกปฏิบัติในการแก้ปัญหายางพาราและการจัดการกับผู้ชุมนุม ทำให้เหตุการณ์บานปลาย ถ้ายังไม่แก้ไขระวังดอกยางจะบานไปทั่วประเทศ ถ้ามติครม.ในวันอังคารหน้า ไม่มีการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เกษตรกรก็ไม่มีทางเลือก คิดได้อย่างเดียวว่ารัฐบาลสองมาตรฐาน เป็นอำมาตย์ลืมตีน
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้หลบลี้หนี้หน้าการแก้ปัญหาแต่อย่างไร แต่ได้เชิญรองนายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปหารือเพื่อตั้งคณะกรรมการเจรจาหาทางออกให้กับชาวสวนยางภาคใต้ที่กำลังชุมนุมอยู่ขณะนี้ จึงไม่สามารถรายงานความคืบหน้าให้ทราบได้ ส่วนมาตรการที่รัฐบาลให้ค่าชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ1,260 บาท จำนวน 10 ไร่นั้น ยืนยันว่า เป็นมาตราการช่วยเหลือ ให้เป็นเงินสดๆที่เกษตรกรได้ทันที โดยจากข้อมูลทางวิชาการพบว่า ยางพารา 1 ไร่ ให้ผลผลิต 2 กิโลกรัม ซึ่ง 1 เดือนกรีดยางได้ 15 วัน หากนับจากเดือนนี้ จนจะสิ้นสุดการกรีดยางถึงเดือนมี.ค. 57 รวมแล้ว 7 เดือน จะมีผลผลิต 2,100 กิโลกรัมต่อ 10 ไร่ เฉลี่ยแล้วรัฐบาลจะชดเชยเงินค่าผลผลิตยางให้เกษตรกรได้กิโลกรัมละ 6 บาท หากหลังจากนี้ราคายางในตลาดทะลุเกิน 80 บาท รัฐบาลจะบวกเพิ่มให้อีก 6 บาท ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นการปิดช่องทางไม่ให้นายทุนหรือพ่อค้าคนกลางไปกว้านซื้อยางมากักตุนฟันกำไร เพราะเงินถึงมือเกษตรกรโดยตรง
ทั้งนี้ยืนยันรัฐบาลชุดนี้ทุ่มเทแก้ปัญหายางเต็มที่ไม่น้อยกว่ารัฐบาลชุดอื่น การกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สนใจแก้ปัญหา เพราะภาคใต้ไม่ใช่ฐานเสียงรัฐบาลนั้น ไม่เป็นความจริง ทุกวันนี้มีการปลูกยางทุกภาคทั่วประเทศ ไม่มีรัฐบาลชุดไหนจะแบ่งแยกประชาชน แม้จะได้เสียงสนับสนุนจากคนภาคใต้ไม่มากนัก แต่เมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้วถือเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ ส่วนตัวกังวลว่า สถานการณ์ขณะนี้จะมีบางฝ่ายสร้างสถานการณ์การเมืองซ้อนปัญหาของเกษตรกรอีก และขอยืนยันในความบริสุทธิ์ ซึ่งประชาชนที่ติดตามข่าวสารมาตลอดจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าใครมีพฤติกรรมเป็นอย่างไร และมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่กล่าวหาว่า รัฐบาลนำแกนนำผู้ชุมนุมขึ้นเครื่องบินมาเจรจาในกทม. แล้วปล่อยให้กลับโดยรถตู้นั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะจากการตรวจสอบพบว่า เป็นการให้ขึ้นเครื่องกลับบ้าน มีพล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นั่งไปส่งถึงสนามบินนครศรีธรรมราช และนั่งรถตู้กลับไปยังเวที อย่างไรก็ตามยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแนวคิดใช้ความรุนแรง อำมหิตกับผู้ชุมนุม ไม่คิดจะแบ่งแยกว่า ไม่สนใจคนภาคใต้ เพราะเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศ และคนในรัฐบาลไม่เคยระบุว่า ม็อบเกษตรกรเป็นม็อบการเมือง


