กมธ.ทหาร ถกผลกระทบสถานการณ์ในซีเรียต่อไทย"กรมข่าวทหาร"แจง ต้องระวังให้มากขึ้น
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการฯเป็นประธานในการประชุม ได้มีการประชุมพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลางกรณีสถานการณ์ในประเทศซีเรียที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย โดยมี พล.ต.วสันต์ สุริยมงคล ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกรมข่าวทหาร นายวิชชากร จันทรศิริ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาตลาดใหม่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นายเพิ่มศักดิ์ บ้านใหม่ ที่ปรึกษาสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และนายณรงค์ ศศิธร อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ เข้าชี้แจง
พล.ต.วสันต์ ชี้แจงว่า เรื่องการขยายอำนาจเข้าไปสู่ภูมิภาค และเรื่องอิทธิพล จะเป็นบทเรียนให้ประเทศไทย ต้องระมัดระวังประเทศกลุ่มต่างๆในภูมิภาค และต้องเพิ่มความระวังการใช้อาวุธของกลุ่มก่อการร้ายมากขึ้น เพราะกลุ่มก่อการร้ายอาจจะใช้อาวุธเคมี ทั้งนี้สงครามในซีเรียมีแนวโน้มรุนแรงและบานปลาย ซึ่งจะแยกเป็น 2 ฝ่ายหลักคือ สหรัฐฯ พันธมิตร และรัฐเซีย โดยผลสะท้อนของสงครามซีเรียจะกระทบที่การเมืองในนโยบาย อย่างไรก็ตาม จากข่าวที่ยังไม่ได้รับการยืนยันพบว่า ซีเรียมีสต็อกก๊าซสารเคมีประมาณ 10 ตัน โดยกองกำลังของซีเรียที่คาดว่าจะใช้ต่อต้านกองกำลังของสหรัฐฯและพัธมิตร มีหน่วยป้องกันภัยครบ ทั้งนี้ถ้ามีการกระทำต่อซีเรียแล้ว ก็จะมีผลกระทบต่อไทยไม่มากก็น้อย ส่วนเรื่องของการก่อการร้ายเป้าหมายยังคงไม่เปลี่ยน ถึงอย่างไรก็ดี การก่อการร้ายของซีเรียไม่เคยปรากฏในภาคใต้ของประเทศไทย
ขณะที่ นายณรงค์ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า ปัญหาในซีเรียต้องจบที่โต๊ะการเจารจา โดยปัญหาของซีเรีย ข้อสรุปข้อยุติต้องรวมบทบาทของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดอัศซาสอยู่ด้วย ทั้งนี้ในส่วนของซีเรีย สามารถรักษาความสงบภายในประเทศได้ในระดับหนึ่ง ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศก็พยายามรวบรวมข่าวกรอง โดยรอการตรวจสอบจากสหประชาชาติ ส่วนผลกระทบ ทางกระทรวงการต่างประเทศคิดว่าสถานการณ์ในภูมิภาคมีพลวัตสูงมาก ซึ่งคาดไม่ได้ว่าจะออกมาทางไหน แต่มองว่าจะเป็นตัวเร่งให้นำไปสู่การเจราจาได้ ด้านประเทศไทยก็ต้องระมัดระวัง ทั้งนี้เราได้มีการช่วยเหลือโดยให้เงินแก่ประเทศจอร์แดน และตุรกี เพราะเป็นประเทศที่ต้องแบกรับคนที่อพยพจากซีเรีย





