วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลเปิดรับฟังความเห็นโปรเจคน้ำ39จังหวัด

รัฐบาลคิกออฟนิทรรศการน้ำ3.5แสนล้าน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน39จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบ มั่นใจประชาชนเอาด้วย

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า งานนิทรรศการน้ำ "น้ำเพื่อชีวิต" ซึ่งจัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าสยามดิสคอฟเวอรี่ วันนี้ (4 ก.ย.) ถือเป็นการคิกออฟเพื่อเผยแพร่ทำความเข้าใจโครงการบริหารจัดการน้ำทั้ง 9 โมดูล พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 39 จังหวัด โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ก่อนเซ็นสัญญา

เวทีรับฟังความคิดเห็นดำเนินการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฎ รวมถึงบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลทั้ง 9 โครงการ ในลักษณะนิทรรศการและเวทีแสดงความคิดเห็น

นายปลอดประสพ บอกว่า ผลที่คาดว่าจะได้รับจากเวทีดังกล่าว คือมายแมพของแต่ละคนที่มีต่อโครงการน้ำ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมกว่าแสนคนเวทีดังกล่าวคาดว่าจะเดินหน้าได้ราวกลางเดือน ก.ย. ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 เดือน จากนั้นจะนำข้อสรุปที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็น กลับมาปรับในรายละเอียดของโครงการใหม่ โดยจะเปิดให้มีการเจรจาต่อรองกับเอกชนเป็นครั้งที่ 2 ก่อนการเซ็นสัญญาโครงการ สำหรับโครงการใดที่ต้องทำเอไอเอ หรืออีเอชไอเอ ก็จะเข้าสู่กระบวนการ ส่วนโครงการที่ไม่ต้องประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สามารถเดินหน้าได้ทันที

ปลอดประสพ มั่นใจว่า ประชาชนทั้ง 39 จังหวัดจะเห็นด้วยกับโครงการน้ำของรัฐบาล เพราะเท่าที่ผ่านมายังไม่เห็นคนในพื้นที่ออกมาต่อต้าน หรือไม่เห็นด้วย มีแต่คนจากภายนอก

กรณีของเขื่อนแม่วงก์ เขาเชื่อมั่นว่า จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในภาพรวมของประเทศ ไม่ได้ช่วยแค่ลุ่มน้ำสะแกกรัง เพราะจากเหตุการณ์ฝนตกหนักที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าน้ำจากป่าแม่วงก์มีผลต่อปริมาณน้ำที่เพิมขึ้นในจังหวัดอุตรดิตถ์

ทั้งในประมาณวันที่ 19 ก.ย. ที่มีการประชุม ครม. สัญจร ตนและตัวแทนจากบริษัทเค-วอเตอร์ จะขึ้นบินสำรวจพื้นที่แนวฟลัดเวย์ฝังตะวันออก เพื่อยืนยันเส้นทางจากสภาพพื้นที่จริง และประเมินความยากของโครงการ โดยยืนยันว่า พื้นที่ในการก่อสร้างฟลัดเวย์ฝั่งตะวันตกจะต้องกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่า ฟลัดเวย์ตะวันออกจะทำได้เร็วกว่าเนื่องจากมีเส้นทางที่เป็นแนวเดิม เพียงแต่ขยายเพื่อให้รับน้ำได้มากขึ้น แต่ปัญหากฏหมายไทยที่ไม่สามารถแยกสัญญาได้ อาจทำให้โครงการต้องรอเพื่อเดินหน้าไปพร้อมกัน
ปลอดประสพย้ำว่า ขณะนี้งบประมาณของโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ได้ถูกใช้ไปเพียง 3 หมื่นล้านบาท ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงคมนาคม กรมชลประทาน และกรมป่าไม้ เป็นต้น

39 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่กลุ่มพื้นที่ต้นน้ำ 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย และเพชรบูรณ์ ซึ่งกลุ่มนี้จะมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 16 แห่ง พื้นที่ปิดล้อมใน 3 จังหวัด 18 แห่ง แก้มลิงใน 1 จังหวัด 3 ตำบล และโครงการขยายคลองใน 2 จังหวัด 3 อำเภอ

กลุ่มพื้นที่กลางน้ำ (ตอนบน/ล่าง) 16 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา สระบุรี อ่างทอง ลพบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรีและกาญจนบุรี โดยในกลุ่มนี้จะมีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ 3แห่ง พื้นที่ปิดล้อมใน 7จังหวัด 14 แห่ง แก้มลิงใน 3จังหวัด 18อำเภอ 111 ตำบล และโครงการขยายคลอง-แม่น้ำใน 12จังหวัด 44อำเภอ 151 ตำบล

กลุ่มพื้นที่ปลายน้ำ 10 จังหวัด ได้แก่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรีและจันบุรี ซึ่งในกลุ่มนี้จะมีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ 3แห่ง พื้นที่ปิดล้อมใน4จังหวัด จำนวน7แห่ง ขยายคลอง7จังหวัด 11อำเภอ 62ตำบล และนอกจากนี้ยังมีในส่วนของกลุ่มพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2จังหวัด คือชัยภูมิและสกลนคร ที่มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ 2แห่ง และพื้นที่ปิดล้อม 1 จังหวัด 1แห่ง และกลุ่มพื้นที่ภาคใต้ มีเพียงจังหวัดเดียวคือ จังหวัดสงขลา