"ฐิตินันท์"เผยมีความเข้าใจต่ออนาคตไม่ตรงกัน และมีความปลูกฝังกับอดีตที่ต่างกัน จึงยังมีความขัดแย้งกัน
นายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันความมั่นคงและนานาชาติศึกษา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย และพิธีกรเวที “ผนึกกำลังสู่อนาคต: เรียนรู้ร่วมกันจากประสบการณ์” ที่จัดขึ้นวานนี้ ได้กล่าวถึงกรณีที่กลุ่การเมืองต่างๆ มีท่าทีต่อปาฐกถาในลักษณะต่างๆกันว่า ผลที่ออกมามากกว่าที่คาดหวังมีคนให้ความสนใจเยอะ มีคนตอบรับเยอะ การกล่าวอภิปราย ได้ประโยชน์กว่าที่เราคิดเยอะ 1.ในฐานะผู้จัดมีก็หนักใจที่บ้านเมืองเราแตกแยก แต่ก็ไม่น่าที่จะแย่ลง หรือแย่ลงยาก 2.เรื่องที่พูดไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเป็นปาฏิหาริย์มหัศจรรย์ ที่เราเคยคิดกันมาก่อน หรือทำให้เราย้อนกลับมาคิด มีการเตือนสติบางเรื่อง ให้เรากลับมาฉุกคิด 3.ไม่ผิดแปลกที่ตนคิดว่า ต่างฝ่ายของความแตกแยก ต่างก็เลือกที่จะฟังในส่วนที่เข้าทำนองของตัวเอง เราฟังคนในฟังยากเพราะมีเอี่ยวมีผลประโยชน์ มีส่วนเกี่ยวข้อง คนในหายากที่จะไม่มีเอี่ยว การฟังคนนอกที่ไม่มีเอี่ยวบางครั้งก็เป็นประโยชน์ได้เหมือนกัน บางครั้งอาจจะมีข้อบกพร่องที่เขาไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับบ้านเรา แต่ข้อจำกัดนี้ก็คือจุดแข็ง เราจึงต้องเอาคนที่ไม่มีเอี่ยวโดยตรง เขาไม่ได้มีเสียมีนอกมีใน นี่คือสเหตุที่ต้องฟังบ้าง
4.ทำให้เห็นว่าที่เขาพูดมีมูลมีประเด็นเพราะว่า เรายังมีความเข้าใจต่ออนาคตไม่ตรงกัน และมีความปลูกฝังกับอดีตที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นเราต้องขัดแย้งกันต่อไป ไม่ใช่เราจะมาคุยม้วนเดียวจบ 5.เรายังอยู่ในกระบวนการแสวงหาความตกผลึกในสังคมไทย ที่ต้องใช้เวลาที่กำหนดไม่ได้ และมีแค่ข้อคิดมาเสนอแต่ไม่รับก็ไม่เป็นไร
เมื่อถามว่าถึงกรณีที่อาจมีกลุ่มการเมืองนำคำพูดของเวทีไปสร้างความชอบธรรมให้กลุ่มของตัวเองนายฐิตินันท์ กล่าวว่า มันขัดแย้งกันอย่างนี้นานแล้ว หากตนเอาขวดมาขวดหนึ่งมีน้ำอยู่ครึ่งขวด และถามว่ามีน้ำเท่าไหร่ จะตอบว่าพร่องครึ่งหนึ่ง หรือเต็มครึ่งหนึ่ง เพราะเรายังไม่พร้อม เรายังอยู่ช่วงการหาความตกผลึก





