"ประยุทธ์"เผย"นายกฯ-ประชา"ยันแก้ม็อบสวนยางเน้นพูดคุย แนะรัฐบาลต้องดูแลเสียงส่วนน้อย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มม็อบสวนยางพาราว่า การชุมนุมทุกรูปแบบเป็นสภาวะแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงเพราะเกิดความขัดแย้ง และตกลงกันไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่า เป็นการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย แต่จะเดินไปอย่างไร เป็นสิ่งเกินกว่าที่ตนจะแสดงความคิดเห็น แต่ถ้าต้องการเป็นประเทศที่เดินหน้าไปตามระบอบประชาธิปไตย ทุกคนต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน และเคารพกติกา เรื่องการชุมุนมที่ผ่านมาเคยเกิดขึ้น และแก้ปัญหากันไป ซึ่งวนเวียนกันมาอยู่แบบนี้ ต้องใช้สติในการแก้ปัญหา ทุกวันนี้เราพยายามทำกันอยู่
ผบ.ทบ.กล่าวว่า ทั้งนี้ได้มีโอกาสพบปะกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงซึ่งท่านยืนยันว่า จะใช้วิธีการละมุนละม่อมในการพูดคุย เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยไม่ใช้ความรุนแรง จึงรู้สึกสบายใจ แต่ทุกฝ่ายต้องอดทนต่อการยั่วยุ ผู้ชุมนุมต้องมีสติ พร้อมหาทางออกให้ดีที่สุด ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่มากขึ้นไปอีก
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกลุ่มมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ส่งผลให้การ์ดม็อบสวนยางเสียชีวิตและบาดเจ็บ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กำลังสอบสวนอยู่ว่า เป็นการกระทำของใคร ซึ่งอาจเป็นความขัดแย้งส่วนตัวหรือมือที่สามก็ได้ ขอให้เป็นเรื่องของตำรวจที่จะดำเนินการ อย่าไปวิเคราะห์วิจารณ์ เพราะจะทำให้การตัดสินใจแก้ปัญหาผิดไปอีก และจะเกิดความรุนแรง ดังนั้นเราต้องลดความรุนแรงตรงนี้ ไม่ได้หมายความว่า ใครถูกหรือผิด แต่จะทำอย่างไรที่จะลดความรุนแรงและแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบ แก้วันนี้เพื่อป้องกันเหตุการณ์ในวันหน้าที่จะเกิดขึ้น ตนมองว่า การพูดคุยจะสามารถแก้ปัญหาได้ แต่จะได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับเวลา รวมถึงการยอมรับของประชาชนในพื้นที่ การจะทำสิ่งใดๆก็ตาม เมื่อเราเป็นประเทศในระบอบประชาธิปไตยที่บอกกันว่า ต้องทำตามเสียงส่วนใหญ่ แต่เสียงส่วนน้อยต้องได้รับความพึงพอใจด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ใครจะเป็นรัฐบาลต้องดูแลตรงนี้
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีสั่งให้กอ.รมน.ไปศึกษาเส้นทางในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อนำยางพาราไปสร้างถนน เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กำลังให้กรมทหารช่างพิจารณาอยู่ ซึ่งใน 37 อำเภอในภาคใต้ เราได้สำรวจแล้วกำลังสรุปความต้องการของประชาชนว่า อาจจะมี 37 เส้นทางที่เราจะทำให้ก่อน คือ ลาดพื้นผิวถนนให้ ซึ่งนายกฯถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะนำยางพารามาทำ เพราะมีหน่วยงานที่ทดลองแล้วว่า ใช้ได้ ตนจึงให้ทหารช่างไปศึกษา ถนนเส้นไหนที่สามารถลาดยางแล้วมีส่วนผสมของยางพารา 5 % ถ้าทำได้ก็จะทำ แต่ต้องทดสอบก่อนว่า รับน้ำหนักได้ดีหรือไม่ เพราะหากชำรุดจะถูกตำหนิ ต้องรอให้ตนยืนยันว่า สามารถใช้ได้จริง นอกจากนี้เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกเป็นเครื่องมือในเชิงรุกอาจไม่ได้มาตรฐานของคอนกรีต เพราะเรามีเครื่องมือจำกัด หากต้องทำเยอะก็ต้องขอสนับสนุนจากรัฐบาล เพราะการทำถนนที่ใช้ยางเป็นส่วนผสมต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ซึ่งนายกฯรับปากไว้แล้ว และถือเป็นความต้องการของนายกฯ เราจึงต้องสนองตอบ แล้วเสนอข้อเท็จจริงว่า ทำได้หรือไม่





