"ภูมิใจไทย"ร่อนหนังสือแจงกกต.ฟันอาญา"ธนชาติ"หวังหนียุบพรรค อ้างทำเองพรรคไม่รู้ไม่เห็น
มีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)ได้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ดำเนินคดีอาญากับนายธนชาติ แสงประดับ ธรรมโชติ โดยหนังสือมีเนื้อหาระบุว่า ภายหลังจากที่ นายทะเบียนพรรคการเมืองได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีนายทรงกรด ไชยแก้ว ร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ว่า ในการเลือกตั้งส.ส.ปี 2554 พรรคภูมิใจไทยได้เช่าพื้นที่บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจกแผ่นพับแนะนำนโยบายพรรค แต่ไม่นำค่าใช้จ่ายมารวมไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งขัดต่อ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 52 และไม่แจ้งไว้ในรายงานการดำเนินกิจการประจำปีของพรรค ซึ่งขัดต่อ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ. ศ. 2550 มาตรา 42 นั้น ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคภูมิใจไทยตาม มาตรา 94
หนังสือยังระบุว่า พรรคได้มอบหมายให้คณะทำงานด้านกฎหมายและนิติบัญญัติของพรรค ตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ข้อยุติว่า คณะกรรมการบริหารของพรรคและผู้มีตำแหน่งในพรรคทุกคน ในช่วงดังกล่าว ไม่มีผู้ใดรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว โดยนายธนชาติ ได้ขอเบิกแผ่นพับแนะนำนโยบายพรรคไปโดยแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่านำไปแจกที่จังหวัดภาคใต้ และใช้อาสาสมัครเป็นผู้แจก ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย แต่นายธนชาติกลับนำแผ่นพับไปแจกที่บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ โดยอาจเป็นไปได้ว่า นายธนชาติ ขอรับบริจาคเงินค่าใช้จ่ายจากบุคคลภายนอกจำนวนเกินกว่าค่าใช้จ่ายจริง แล้วได้ประโยชน์จากเงินส่วนที่เหลือ โดยที่บุคคลภายนอกผู้บริจาคเงินอาจหลงเชื่อว่า นายธนชาติ เป็นบุคคลสำคัญของพรรค จึงหวังที่จะพึ่งพาในโอกาสข้างหน้าต่อไป อันเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นปกติวิสัยในแวดวงการเมืองไทย
ดังนั้นพรรคขอกราบเรียนว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2554 ฐานคะแนนเสียงของพรรคส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัด พรรคจึงไม่มีนโยบายในการแจกแผ่นพับแนะนำนโยบายพรรคในกทม. โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ของ กทพ. ซึ่งผู้ใช้ทางพิเศษเกือบทั้งหมดเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ในกทม.และปริมณฑล จึงไม่มีความคุ้มค่าอย่างใดในการนำแผ่นพับไปแจกจำนวนมาก แม้ว่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการแจกก็ตาม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการแจก แต่หากเป็นกรณีที่มีความคุ้มค่า พรรคก็มีเงินค่าใช้จ่ายส่วนนี้ในการดำเนินการได้อยู่แล้วโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของกกต.
"หากนายทะเบียนพรรคการเมืองรับฟังเป็นยุติและเชื่อว่า นายธนชาติ รับบริจาคเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาจากบุคคล ซึ่งไม่ปรากฏชื่อผู้บริจาคจริง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลภายในหรือภายนอกพรรคก็ตาม พรรคมีความประสงค์ขอให้ กกต. ดำเนินคดีกับนายธนชาติ ตามพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 114 และมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เรื่องนี้มีความชัดเจน ปราศจากความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ อันก่อให้เกิดผลดีต่อการเมืองของไทยโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคภูมิใจไทย ที่ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์"หนังสือชี้แจงหน.พรรคภูมิใจไทย ระบุ





