"ฐิตินันท์"ระบุการเมืองไทยติดหล่ม ขณะที่"สตีเฟน"แนะเจรจาหาประสบการณ์มาแก้ปัญหา ด้านปลัดยธ.ย้ำระบอบประชาธิปไตยดีที่สุด
นายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันความมั่นคงและนานาชาติศึกษา ในฐานะผู้ดำเนินรายงาน เปิดเวทีผนึกกำลังฯ ในช่วงสุดท้าย ระบุว่า ประเทศไทยกำลังติดหล่มกับสถาบันทางการเมืองหรือไม่ เมื่อประชาชนได้เลือกผู้แทนราษฎรเข้ามาทำหน้าที่ในรัฐสภา แต่กลุ่มนักการเมืองเหล่านี้ กลับใช้อำนาจในทางผิดๆ ทั้ง ๆ ที่การเลือกตั้งระยะหลังมีประชาชนออกไปเลือกตั้งกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่า ระบบการเมืองไทยจะมีประสิทธิภาพ และประชาธิปไตยจะก้าวหน้าไปจากเดิม โดยเฉพาะในเรื่องการพิจารณาออกกฎหมายของรัฐสภา ที่ไม่ได้ผ่านความเห็นและกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างที่ควรเป็น
นายสตีเฟน เสตทเมน รองผู้อำนวยการศูนย์ประชาธิปไตยการพัฒนาและหนักนิติธรรม มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด กล่าวว่า ในเรื่องนี้ มีหลายประเทศที่ประสบเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ซึ่งพรรคที่เสียงข้างน้อย ไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกกฎหมาย หรือชี้ให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมอย่างไร ทำให้เกิดแรงต่อต้าน นำไปสู่สถานการณ์แช่แข็งที่หยุดนิ่ง ดูเหมือนไร้ทางออก โดยตนมองว่า ต้องใช้การเจรจา และต้องมีโมเดลเทียบเคียงจากประสบการณ์ เพื่อนำมาใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะเรื่อง
นายเยนส์ ออร์บัค (Jens Orback) อดีตรัฐมนตรีด้านประชาธิปไตยกิจการเมือง ความกลมกลืนในสังคมและความเสมอภาคทางเพศ กระทรวงยุติธรรม สวีเดน เชื่อว่า การรณรงค์ให้ประชาชน และกลุ่มภาคประชาสังคมมีความตื่นตัว และมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งมองว่า ทุกบทบาทและการแสดงล้วนออกมีความหมาย อย่าปล่อยให้สถานการณ์ผ่านเลย ขณะที่ฝ่ายผู้นำทางการเมืองจะต้องเอื้อบรรยากาศทางประชาธิปไตยในประเทศด้วย โดยชี้ว่า การเมืองเป็นเรื่องผลประโยชน์เลือกจะพูดและสนับสนุนความคิดนั้น
นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะอดีตคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) กล่าวถึงมุมมองประชาธิปไตยและความเลื่อมล้ำในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยว่า ปัญหาความเลื่อมล้ำในสังคม เกิดจากการที่แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นธรรมทำให้คนกลุ่มหนึ่งหมดความเชื่อถือและศรัทธาในหลักการประชาธิปไตย ทำให้ต้องมองหาวิธีการใหม่ ๆ แต่ในทางกลับกัน เราต้องตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อประชาธิปไตยว่า เป็นระบอบปกครองที่ดีที่สุด โดยการสร้างความโปร่งใส เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วม และพร้อมรับฟังความคิดเห็นกันและกัน
ในประเด็นต่อเนื่องกันนี้ นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคอป. (ปคอป.) กล่าวว่า ในระยะหลัง 3 - 4 ปีนี้ การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองมีความแตกต่างกัน จนเกิดคำถามว่า แล้วสิ่งไหนคือความถูกต้อง และการแสดงออกทางการเมืองควรเป็นเรื่องของคนกลุ่มไหน โดยเรื่องนี้ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ตามหลักการประชาธิปไตย หากยังมีคำถามนี้อยู่เหมือน เป็นการย้อนกลับไปก่อนที่จะมีประชาธิปไตยเสียด้วยซ้ำ





