เวทีเสวนาจับตาสภาปฏิรูปฯ "พิภพ"ชี้รัฐบาลเล่นกลลวงประชาชน "นิพิฏฐ์"ระบุสร้างความชอบธรรมผลักดันร่างนิรโทษกรรม
ห้องประชุมอนุสรณ์สถานวีรชน 14 ตุลา บริเวณสี่แยกคอกวัว ได้จัดเวทีเสวนา จับตาสภาปฏิรูปการเมืองกับวิกฤตประเทศไทย ซึ่งมีนายพิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พัทลุงพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสวนาด้วย ขณะที่มีนายกษิต ภิรมย์ และประชาชนจำนวนมาก ให้ความสนใจร่วมฟัง
นายณรงค์ กล่าวว่า ในการเปิดเวทีสภาปฏิรูปของรัฐบาล ยังไม่มีความจริงใจเพียงพอ เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งคณะปฏิรูป ในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นมาหลายคณะ อย่าง คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ที่ได้มีรายงานและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล แต่ก็ไม่หยิบนำขึ้นมาใช้ โดยขอเรียกร้องให้รัฐบาล ปฏิรูปแก้ไขสิ่งแรก ไม่ใช่ด้านการเมือง แต่คือการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้ และเพิ่มสิทธิให้อำนาจกับประชาชนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หากต้องการปฏิรูปการเมืองจริงก็ต้องเริ่มต้นที่นักการเมือง ลดอำนาจของรัฐและทุนหรือภาคธุรกิจลง และคงถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องปฏิรูปด้านเศรษฐกิจช่วยเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนก่อน
ด้านนายพิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มองว่า เวทีปฏิรูปของรัฐบาล ก็เพียงแค่ผู้ใหญ่นักการเมืองต้องการให้จัดขึ้น โดยที่ไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาการเมืองอย่างแท้จริง จึงเป็นเพียงการเล่นกลของรัฐบาลเท่านั้น พร้อมมองว่ารัฐบาลสามารถปฏิรูปประเทศได้เลย โดยการทำตามรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากผู้ควบคุมพรรคการเมือง คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต.ที่เป็นองค์กรอิสระ ก็ไม่อิสระอย่างจริง และยังติดอยู่กับพรรคเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐบาล อย่างไรก็ตาม มองว่านักการเมืองและคนที่เข้าร่วมในคณะสภาปฏิรูป ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ของการปฏิรูปประเทศมากกว่า โดยคนกลุ่มนี้ ไม่ทำตามรัฐธรรมนูญเสียเอง
ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ชี้ว่า การตั้งสภาปฏิรูปการเมืองของรัฐบาล จะเป็นเครื่องยืนยันและเพิ่มความชอบธรรมให้กับการพิจารณาผ่านกฎหมายร่าง นิรโทษกรรมของ สภาผู้แทนราษฎร ว่าได้ผ่านกระบวนการพิจารณาจากรัฐสภาอย่างถูกต้อง รวมทั้งยังช่วยสกัดกั้นการออกมาเคลื่อนไหวของประชาชน ทั้งนี้ ตนมองว่ารัฐบาลต้องชัดเจนก่อนว่า จะปฏิรูปในเรื่องใด อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปการเมืองต้องเริ่มที่ตัวบุคคล คือ นักการเมือง ที่นำไปสู่การปฏิรูปประเทศ
ส่วน น.ส.รสนา โตสิตระกูล สว.กรุงเทพมหานคร ระบุว่า เวทีปฏิรูปของรัฐบาล มีความต้องการรวบอำนาจให้เข้าหาศูนย์กลางและกระชับอำนาจจากการที่รัฐสภามีการแก้ไขที่มาของสว.นั้น ยิ่งมีความชัดเจนว่า ฝ่ายรัฐบาล ต้องการลดการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ซึ่งการตรวจสอบเป็นอำนาจที่คอยถ่วงดุลจัดการกับการทุจริตคอรัปชั่น หากการตรวจสอบมีอำนาจน้อยลง การทุจริตคอรัปชั่นจะมีมากขึ้น และเวทีปฏิรูปประเทศ ไม่ควรเชิญอดีตนักการเมือง ที่ยังอยู่ระหว่างติดโทษทางการเมือง เข้าร่วมในเวทีปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ เพราะสวนทางกับเจตนารมณ์ ควรกระจายอำนาจให้กับประชาชน จึงเรียกร้องรัฐบาลให้อำนาจประชาชน บริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ของตัวเองได้มากขึ้นไม่อิงกลุ่มทุน เชื่อว่าเมื่อประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็จะไม่มีความแตกแยกในประเทศ ไม่มีการแบ่งสีแบ่งฝ่ายเกิดขึ้น


