วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อ้างบ.ร่วมทุนยางม็อบส่งผลไม่กล้าซื้อยางไทย

"ร.ท.หญิง สุณิสา"ระบุบริษัทร่วมทุนยางฯ เตือนชุมนุมส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของตลาดโลก ไม่กล้าซื้อยางพาราไทย

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า รัฐบาลเป็นห่วงสถานการณ์ประท้วงของชาวสวนยาง และอยากขอให้พี่น้องชาวสวนยางคิดให้รอบคอบเกี่ยวกับผลกระทบของการชุมนุม ที่อาจส่งผลเสียต่อตัวท่านเองและอุตสาหกรรมยางพาราไทย

โดยนายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร หรือ CEO บริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศจำกัด ซึ่งเป็นองค์กรร่วมทุนยางระหว่างรัฐบาล 3 ชาติ คือ ไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย และเป็นองค์กรที่มีหน้าที่รักษาเสถียรภาพราคายาง ได้สะท้อนความห่วงใยผ่านมายังรัฐบาลว่า การประชุมท้วงที่เกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของตลาดโลกต่อและอาจทำให้ต่างประเทศไม่กล้าตัดสินใจซื้อยางพาราไทยในช่วงนี้ เพราะเกรงว่าหากสั่งซื้อยางพาราจากประเทศไทย แล้วจะไม่ได้รับสินค้าทันตามกำหนด เพราะติดปัญหาการประท้วง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตของประเทศผู้ซื้อ ผู้ซื้อจึงอาจหันไปซื้อยางจากประเทศเพื่อนบ้านแทนในระหว่างนี้ และหากไม่มีการสั่งซื้อจากต่างประเทศ ชาวสวนยางก็อาจจะเดือดร้อน เพราะไม่สามารถขายยางได้ ซึ่งจะทำให้พี่น้องชาวสวนยางเสียโอกาสและเสียรายได้ไปอย่างน่าเสียดาย

เพราะราคายางในตลาดโลกกำลังปรับตัวสูงขึ้น ใกล้จะถึงระดับ 80 บาท แล้วเนื่องจากเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว รัฐบาลจึงอยากวิงวอนให้ชาวสวนยางหันมาร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหา ขอยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเกษตรกรทุกประเภทเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นชาวนา หรือ ชาวสวนยาง และ ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาให้ชาวสวนยางแบบยั่งยืน ทั้งในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยสนับสนุนการใช้ปุ๋ยที่มีคุณภาพดีและการเลือกพื้นที่ ๆ เหมาะสมในการปลูกยาง เพื่อนำไปสู่การลดต้นทุนการปลูกยาง รวมทั้ง การส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ เช่น การที่ นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคม นำยางพารามาใช้ก่อสร้างถนน ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ยางพารารูปอีกทางหนึ่ง

ส่วนกระแสข่าว จับกุม ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เพราะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการประท้วงของชาวสวนยางนั้น ร.ท. หญิง สุณิสา ปฏิเสธว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการดำเนินคดีกับ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ แต่อย่างใด รัฐบาลขอให้ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ สบายใจได้ว่า หากไม่ได้ทำผิดกฎหมายและไม่ได้มีพฤติกรรมเข้าข่ายถูกดำเนินคดี ก็ไม่มีใครไปกลั่นแกล้งได้ และเชื่อว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้น อาจเป็นความต้องการของบุคคลบางกลุ่ม ที่ต้องการปลุกเร้าความรู้สึกของกลุ่มผู้ประท้วงเพื่อนำไปสู่ความรุนแรงเพื่อสร้างสถานการณ์โค่นล้มรัฐบาล แต่เชื่อว่าสังคมจะมองออกว่าใครมีพฤติกรรมเป็นอย่างไร