"พงศ์เทพ"เผยสัปดาห์หน้าเชิญรองเลขาฯพระปกเกล้าให้ข้อมูล และ"ธงทอง"นำรายงานของ"อานันท์-ประเวศ-พล.อ.สนธิ"เคยทำไว้ไปศึกษา
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการเวทีปฏิรูปการเมือง ว่า หลังจากมีการหารือกันเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา วันนี้(30ส.ค.)ตน และนายวราเทพ รัตนากร ได้เชิญผู้ที่เคยทำงานศึกษาด้านต่าง ๆ ประกอบไปด้วย นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง แต่ติดภารกิจต่างประเทศจึงมอบหมายให้นายปรีดี โชติช่วง รองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเมือง มาแทน นอกจากนี้ยังได้เชิญ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)นายธงทอง จันทราศุ ปลัดประจำสำนักนายรัฐมนตรี ในฐานะที่รับผิดชอบในเรื่องของ 108 เวทีทางออกประเทศไทย ซึ่งจากทั้ง 3 ส่วน ที่ได้เชิญมา สรุปว่า ในส่วนของสภาพัฒนาการเมือง เสนอในเรื่องของการเน้นศึกษาว่า ต้องพัฒนาคนให้มีความรู้ในระบอบบประชาธิปไตย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการทำงานร่วมกับการศึกษานอกโรงเรียน โดยจะต้องประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการในการดำเนินการด้วย
นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ด้านของคอป.นั้น เน้นในเรื่องของกระบวนการที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ซึ่งนายกิตติพงษ์ ระบุว่ากระบวนการของคอป.จะให้มีเวทีที่มีลักษณะคล้ายกับเวทีปฏิรูปการเมือง ส่วน 108 เวทีหาทางออกประเทศนั้น ได้เสนอในเรื่องกรอบความต้องการกว้าง ๆ เช่นการแก้ปัญหาคอรัปชั่น โดยสิ่งที่เราจะทำต่อไปคือในสัปดาห์หน้าจะเชิญในส่วนของสถาบันพระปกเกล้าคือนายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้ามาให้ข้อมูลและจะให้นายธงทอง นำเอกสารรายงานของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีและ น.พ.ประเวศ วะสี ซึ่งทั้ง 3 คนเคยทำไว้ไปศึกษาและนำกลับมาเสนอว่ามีอะไรที่สามารถดำเนินการได้ทันทีหรือไม่
นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ได้มีผู้แสดงความจำนงค์ในการร่วมกลุ่มในเวทีปฏิรูปการเมือง 3 กลุ่มคือการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม มาแล้วอาทิ นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกระมล ทองธรรมชาติ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ โดยคณะเหล่านี้ประกอบไปด้วยผู้ที่เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 25 ส.ค. รวมถึงผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพิ่มเติม จะเริ่มทำงานได้ก่อนการประชุมครั้งต่อไป ในอีกประมาณต้นเดือนต.ค. ส่วนการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านระบุว่ายังไม่ปิดประตูในการเข้าร่วมปฏิรูปการเมืองนั้น เราเรียนว่าอยากเชิญให้ทุกฝ่ายมาเข้าร่วม เพราะถือเป็นการทำเพื่อประเทศและขออย่าได้มีเงื่อนไข ซึ่งหากใครประสงค์ให้ไปพบตนและนายวราเทพ ยินดีเสมอ





